fic-sexy-bodyguard

sexy bodyguard part 10.2

posted on 23 Oct 2006 23:37 by cinxiah  in fic-sexy-bodyguard

วันต่อมาหลังจากส่งคารินไปโรงเรียนและกลับไปเคลียร์งานจนเสร็จ จินก็รีบไปหาคาเมะที่บริษัททันที

คาเมะอยู่ไหมครับ คุณอุเอดะ ร่างสูงถามเสียงเครียดเมื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเลขาฯ ส่วนตัวของคนรัก

อยู่ครับคุณจิน... อุเอดะตอบเสียงเรียบ โดยไม่พบรอยยิ้มบนใบหน้าอุเอดะแม้แต่น้อย เพราะกำลังสงสัยว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรแน่ ๆ เจ้านายของเขาก็ดูหน้าตาซีดเซียว แถมดวงตาที่เคยสุกใสก็แดงช้ำ ส่วนท่านประธานอาคานิชิก็หน้านิ่วคิ้วขมวด

ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคยเห็นเจ้าของห้องกำลังใจจดจ่อกับกระดาษตรงหน้าอย่างไม่สนใจว่าจะมีใครบุกรุกเข้ามา ตามนิสัยขี้เล่นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นทันที และค่อย ๆ ย่องเข้าไปโอบกอดคนรักไว้อย่างแรง

โอ๊ะ!!!....

เหม่ออะไรอยู่ครับ...คิดถึงจัง. จินหอมแก้มใสให้ชื่นใจและหายคิดถึง คาเมะรีบเก็บกระดาษแผ่นนั่นซุกไว้ใต้แผ่นรองเขียนอย่างลวก ๆ จินมองด้วยความสงสัย แต่คนในอ้อมกอดน่าสนใจกว่าจึงหอมแก้มนิ่มแรง ด้วยความหมั่นเขี้ยวอีกครั้ง

ไม่เจอหน้าวันหนึ่ง เหมือนจะขาดใจ...คิดถึงมากเลยรู้ไหม. จินบอกเสียงนุ่มกอดร่างบางไว้แนบอก ก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอขาว ในขณะที่คาเมะเอาแต่นั่งเฉย ไม่มีคำต่อว่าหรือคำทักท้วงใด ออกจากปากบางสวยแม้แต่น้อย

ผมมารับ...ไปทานข้าวด้วยกันนะ คาเมะก็ยังนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้า ซึ่งทำให้จินรู้สึกถึงความเย็นชาที่แสดงออกมา จึงคลายอ้อมแขนออกเปลี่ยนมานั่งคุกเข่าลงกับพื้น หมุนเก้าอี้ตัวโตของร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากันตรง ๆ ตาคมหวานช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าเพียงนิด ก่อนจะหลบสายตาอ่อนซึ้งนั้นด้วยการหันไปมองทางอื่น

ทำไมยังมาพูดคำหวานใส่กันแบบนี้อีก..มีคนอื่นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...

ทำไมต้องมาทำดีแบบนี้ด้วย ถ้าเพราะความสงสาร ความรับผิดชอบ หรือคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ไม่ต้องหรอก มันจะยิ่งทำให้ฉันเจ็บมากขึ้น รู้ไหมจิน...

พอแล้ว...อย่ามาฆ่ากันด้วยคำพูดหวานหู..

ความรู้สึกเสียใจระคนน้อยใจผลักดันให้น้ำที่พยายามสะกัดกลั้นเอาไว้ล้นเอ่อขึ้นมาถึงตาเรียวสวย ถ้าอยู่ต่อไปตรงนี้ต้องร้องไห้ออกมาแน่ จะไม่อ่อนแอให้จินเห็น ไม่อย่างนั้นจินก็จะยังหลอกเราเรื่อยไป อย่าร้องนะ!! ห้ามร้องไห้นะคาซึยะ!!

ถอย!!.. ร่างบางตะโกนมาสุดเสียงและวิ่งออกไปท่ามกลางความงุนงงของจิน ร้องไห้คาเมะร้องไห้เหรอ....จินสับสนไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมคาเมะถึงได้เย็นชาใส่เขาแบบนี้ มีเรื่องอะไรไม่สบายอย่างนั้นหรือ ลองเป็นแบบนี้ตามออกไปก็คงจะคุยกันไม่รู้เรื่อง จินจึงลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้อย่างหนักใจ หรือเพราะ...กระดาษแผ่นนั้น!!! จินหยิบกระดาษที่คาเมะซุกไว้ใต้แผ่นรองเขียนขึ้นมาอ่านอย่างร้อนรน

คาริน....

ลูกสาวจิน....

จินแต่งงานแล้ว....

จินมีครอบครัวแล้ว....

จินโกหก....

คนหลอกลวง....

จินอ่านลายมือหวัด ที่ลากอย่างเนือย ๆ นั้นด้วยขอบตาร้อนผ่าว เพราะเขาอย่างนั้นหรือ เพราะคาเมะรู้เรื่องคารินใช่ไหม ถึงได้ทำเฉยชากับเราแบบนี้ นี่คงรอฟังคำอธิบายอยู่ซินะ ถึงได้ไม่โวยวายออกมา โธ่!! คาเมะ ด้วยความรู้สึกสงสารคนรักจับใจที่ต้องมาแบกรับคำสัญญา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำตามเลย จินจึงรีบออกจากห้องไปตามหาคนรักทันที

คุณอุเอดะครับ.คาเมะล่ะครับ จินถามด้วยท่าทางร้อนรน

ไปทางห้องน้ำครับ อุเอดะบอกเสียงเรียบ เมื่อครู่ถ้ามองไม่ผิดเจ้านายของตัวเองวิ่งร้องไห้ออกไปทางห้องน้ำ คงจะงอนกันละซิ..เฮ้อ!!!

จินไม่รอช้ารีบตามไปยังห้องน้ำทันที เสียงสะอื้นของคนตัวเล็กทำให้หัวใจจินหล่นวูบ ประตูห้องน้ำด้านในสุดแง้มเปิดไว้เพียงเล็กน้อยทำให้คนที่ตามมาสังเกตได้ว่าคงจะอยู่ในห้องนั้น มือหนาผลักเข้าไปช้า ภาพที่เห็นคือร่างบางนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนชักโครก จินไม่ลังเลที่จะเข้าไปโอบกอดเอาไว้แนบอก จูบเรือนผมสีน้ำตาลอย่างอ่อนโยน

คาเมะ จินขอโทษขอโทษที่ทำให้ร้องไห้อีกแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้อธิบายให้ฟัง จินรักคาเมะนะ ไม่เคยคิดจะโกหก เชื่อจินนะ เชื่อใจผู้ชายคนนี้อีกสักครั้ง. จินกอดคาเมะแน่นขึ้น พร่ำพูดคำขอโทษออกมาจากความรู้สึกในใจ เสียใจที่ทำให้คนที่รักต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเขาก็ไม่อยากให้ตาสวย คู่นี้ต้องเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

คาเมะยังคงสะอื้นไม่หยุดกับอกอุ่น ยังไงก็ยังอบอุ่นเสมอถึงแม้ว่าอ้อมกอดนี้จะเป็นของคนอื่นแล้วก็ตาม

จินไม่อาจทนให้คนที่รักต้องเข้าใจผิดอีกต่อไปได้ จึงตัดสินใจยุติเรื่องราวทุกอย่าง ด้วยความจริงทั้งหมด...

ออกไปข้างนอกกันเถอะ.จะพาไปพบใครคนหนึ่ง. จินบอกพร้อมกับดันตัวร่างบางออกห่าง และหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่ยังไม่เหือดหายให้อย่างเบามือ

ดูซิ ตาช้ำหมดเลย ท่านประธานขี้แย จินพยายามพูดให้คาเมะยิ้ม แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อคาเมะยังคงเอาแต่เงียบ เพียงแค่ลุกขึ้นเดินตามแรงจูงของคนตัวโตออกไปเท่านั้น

จินพาคาเมะกลับเข้าไปยังห้องทำงานอีกครั้ง กระดาษแผ่นนั้นวางอยู่บนโต๊ะ คาเมะมองลายมือตัวเองเพียงนิด ซึ่งจินเองก็มองมันอยู่อย่างตัดสินใจ มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็กบอบบางนั้นไว้บีบเบา เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำพูดที่กำลังจะพูดต่อไป

คาเมะฟังจินนะคารินเป็นลูกครึ่งอเมริกัน ญี่ปุ่น แม่เป็นคนอเมริกัน ส่วนพ่อเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งก็คือฮิโรกิน้องชายผมเอง ฮิโรกิเขามีคารินตั้งแต่ยังเรียนอยู่ Hight school แล้วโรงเรียนที่ฮิโรกิเรียนนั้นเคร่งครัดเรื่องพวกนี้มาก เพื่อให้น้องได้เรียนต่อผมเลยต้องรับสมอ้างช่วยปิดบังทางโรงเรียน และรวมไปถึงปิดคุณแม่ด้วย...พอเจ้านั่นเรียนจบแทนที่จะบอกความจริงกับคุณแม่ แต่กลับบ่ายเบี่ยงเลี่ยงไปมาอ้างโน่นอ้างนี่ จนวันนี้ก็ยังไม่ได้บอกความจริงกับคุณแม่... จินหยุดเล่าเมื่อคาเมะมีทีท่าสนใจมากขึ้นไม่เฉยชาเหมือนตอนแรก

แล้วแม่ของคารินล่ะ...เขายอมเหรอ... คาเมะถามขึ้นด้วยความสงสัย

ส่วนแม่ของคารินเขายังเด็กเกินไปที่จะรับผิดชอบ เขาทิ้งคารินไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ผมเลยตัดสินใจพาคารินไปกราบคุณแม่ ครั้งแรกที่คุณแม่ท่านไม่สนใจหลานสาวเลยแม้แต่น้อย แต่พอเห็นความน่ารักของคารินท่านก็ใจอ่อน คุณแม่ไม่เคยทราบว่าคารินเป็นลูกฮิโรกิ ท่านยังเข้าใจว่าเป็นลูกของผมมาโดยตลอด นั่นรวมถึงคารินด้วย. จินเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้คาเมะฟังอย่างละเอียด อาการฟังอย่างสงบของคาเมะพอที่จะทำให้จินเบาใจไปได้บ้าง

แล้วทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก คาเมะถามหลังจากเงียบไปพักใหญ่

ผมตั้งใจจะพาคาเมะไปพบคุณแม่ และจะบอกเรื่องคารินให้คาเมะรู้พร้อมกับคุณแม่เลยนะคับ. จินบอกเสียงนุ่ม เปลี่ยนจากกุมมือเล็กนั้น มาโอบไหล่บางไว้แทน เชยคางมนขึ้นให้หันมาสบตา

หายโกรธนะครับ ผมรักคาเมะนะให้อีกกี่ร้อยกี่พันชาติ จินคนนี้ก็ยังจะรักคาเมะ จินบอกพร้อมกับยืนยันคำพูดด้วยจุมพิตแสนหวาน.ปากอุ่นนุ่มกดประทับลงบนกลีบปากบางอย่างง้องอน ร่างบางคนนี้พร้อมที่จะเชื่อใจคนตรงหน้าเสมอ เพราะฉะนั้นแค่จินเอ่ยปากพูดคาเมะก็พร้อมที่จะให้อภัย

จินบอกว่าจะพาไปพบใครคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ... คาเมะดันตัวเองออกห่าง ถามคนตัวโตที่ยังคงไม่ละจมูกจากแก้มใสด้วยความสงสัย..

ยังพอมีเวลาครับ...ตอนนี้ขอชื่นใจก่อนนะ คิดถึง... จินบอกด้วยสายตาอ่อนซึ้งก้มลงหาปากบางอีกครั้ง คาเมะไม่ขัดขืนอีกแล้วในเมื่อตัวเองก็คิดถึงอ้อมกอดนี้เหมือนกันนี่นะ...

จินจะพาไปหาใครเหรอ คาเมะถามขึ้นเมื่อจินขับรถออกมาจากบริษัทโดยที่ยังไม่ยอมพูดอะไรสักคำ

พาไปหาสาวสวยคนหนึ่ง. จินยิ้มยั่ว หวังจะให้คนตัวเล็กหึง

เหอะ....ไม่บอกก็อย่าบอก ไม่เห็นอยากรู้เลย... ร่างบางกอดอกเชิดหน้า ทำเป็นไม่สนใจ ก็แล้วใครกันที่ถามว่าพาไปหาใคร จินนึกขำกับความดื้อรั้นของคนรัก

จินใช้เวลาขับรถราวยี่สิบนาทีก็มาถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง คาเมะหันไปมองเป็นเชิงถาม จินไม่ตอบแต่กลับยิ้มในตาและเปิดประตูรถออกไป

แดดดี้.. เสียงแหลมลากยาวด้วยความดีใจ ร่างสูงนั่งคุกเข่ากับพื้นกางแขนออกรับสาวน้อยแสนสวยที่วิ่งเข้ามาหาอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ คาเมะซึ่งยืนอยู่อีกข้างหนึ่งของรถมองดูภาพนั้นด้วยความอ่อนโยน

ดื้อกับคุณครูหรือเปล่าครับ. จินถามลูกสาวเสียงนุ่ม

ไม่ดื้อค่ะแดดดี้ขาพาใครมาด้วยหรือค่ะ คารินถามขึ้นเมื่อเห็นคาเมะมองมาด้วยสายตาชื่นชม เอ็นดูในความน่ารักของหนูน้อย จินเห็นอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกดีใจ ที่คาเมะไม่ได้รังเกียจลูกสาวตัวเอง แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ ก็เถอะ

คารินจ๋า นี่คุณน้าคาเมะครับ.เป็นคนที่แดดดี้รักมาก จินลากเสียงยาวด้วยรอยยิ้ม

สวัสดีค่ะคุณน้าคาเมะ คุณน้าชื่อคล้ายกับหนูเลย หนูชื่อคารินค่ะ... แม่หนูบอกเสียงใส เรียกรอยยิ้มจากคาเมะได้เป็นอย่างดี

คุณน้าเป็นคนที่แดดดี้รักมาก หรือคะ... คารินกระตุกมือใหญ่ของผู้เป็นพ่อและเอ่ยถามอย่างแก่แดด จินพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มใจดี

แล้วจะรักเหมือนกับที่คุณพ่อฮิโรกิพูดหรือเปล่าค่ะ คารินเอียงคอถามด้วยความสงสัย

คุณพ่อเขาพูดว่าอะไรละครับ จินก้มตัวลงถามลูกสาวด้วยความสงสัยว่าฮิโรกิพูดอะไรกับเด็กช่างจำ และช่างสงสัยอย่างคาริน

คุณพ่อฮิโรกิบอกว่า คุณพ่อกำลังตกหลุมรักคุณอาเคียวโกะ แล้วจะรักมาก เหมือนที่แดดดี้รักคุณน้าคาเมะหรือเปล่าค่ะ คารินทำหน้าสงสัยตามประสาเด็ก จินยกมือขึ้นขยี้หัวของเจ้าตัวยุ่งเบา

เคียวโกะอย่างนั้นเหรอ มิน่าล่ะถึงได้หน้าระรื่นบอกขอบคุณแบบนั้น... แต่เอ๊ะ!! อย่างนั้นเราก็ไม่ต้องไปดูตัวเคียวโกะแล้วนะซิ...ขอบใจมากไอ้น้องรัก...

คารินคงต้องถามคุณพ่อดูเองแต่ตอนนี้แดดดี้หิวแล้วล่ะ เราไปกันเถอะครับ.. จินจูงมือคารินไปขึ้นรถ โดยมีคาเมะเดินตาม มองดูความอ่อนโยนที่จินแสดงต่อลูกสาวด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

จินเปิดประตูด้านหลังให้คารินเข้าไปนั่ง แต่แล้วแม่ลูกสาวคนโปรดก็แผลงฤทธิ์จนได้

ไม่เอาคารินจะนั่งข้างหน้า.

ก็คุณน้าคาเมะนั่งอยู่แล้วนี่ครับ จินส่งสายตาดุให้แม่หนูน้อย

คารินนั่งตักคุณน้าคาเมะก็ได้ หนูน้อยตอบอย่างเอาแต่ใจ และไม่รอให้ใครอนุญาตร่างเล็กข้ามมานั่งแหมะที่ตักคาเมะทันที จินตั้งท่าจะดุต่อแต่คาเมะก็ห้ามเอาไว้ก่อน

ไม่เป็นอะไรหรอกจิน ให้คารินนั่งกับฉันก็ได้ เนอะคนสวย คาเมะยิ้มให้กับสาวน้อยที่นั่งตักตัวเองอยู่ แม่หนูดูจะชอบใจเป็นพิเศษที่มีคนเอาใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน จินเลยได้แต่เงียบไม่กล้ามีปากเสียง เมื่อคนที่ตัวเองรักทั้งสองดูจะถูกคอกันเป็นอย่างดี นั่งพูดคุยกันเจื้อยแจ้วตลอดทาง จนเหมือนอีกคนเป็นเพียงแค่คนขับรถเท่านั่น

ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปหาที่ดินเนอร์สุดโรแมนติคจู๋จี๋กับคาเมะสองคน แต่พอมีเจ้าตัวยุ่งมาอยู่ด้วยแบบนี้ โปรแกรมที่วางไว้เลยเป็นอันต้องพับไป กลายเป็นว่าไปดินเนอร์บ้านคาเมะแทน ก็ดี...อย่างน้อยก็มีซาโยจังช่วยเลี้ยง และที่สำคัญนอกจากจู๋จี๋แล้วอาจจะได้จิ๊จ๊ะกับคาเมะด้วย

คารินจ๋าคุณยายซาโยจังมีขนมเยอะเยอะเลยลูก หนูกินขนมอิ่มแล้วก็ทำการบ้านให้เสร็จ แดดดี้คุยธุระกับคุณน้าคาเมะแป๊บหนึ่งนะครับ จินหลอกล่อลูกสาวเสียงนุ่ม นึกภาวนาในใจว่าอย่าให้เจ้าตัวยุ่งงอแงตามติดคาเมะมาเลย...

ค่ะ แดดดี้. คารินตอบรับเสียงใส ถูกใจจินนัก

ฝากด้วยนะครับซาโยจัง จินหันไปบอกแม่บ้านของคาเมะอย่างเกรงใจ

ค่ะคุณจินไม่ต้องเป็นห่วง.. ซาโยจังรับคำและจูงมือคุณหนูคนสวยเข้าไปในครัว โดยมีเสียงใสของคารินยิงคำถามไม่หยุด

คุณยายซาโยจังรู้จักกับเณรน้อยอิกคิวซังใช่ไหมค่ะ

อ้าว!! ทำไมไม่รู้จักล่ะค่ะ ก็ซาโยจังเป็นเพื่อนกับ อิกคิวซัง ชินเนม่อนซัง แล้วก็ท่านโชกุนไม่ใช่เหรอ.. เด็กน้อยถามไปเรื่อย เรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้เป็นอย่างดี งานนี้ซาโยจังคงจะหูหนวกก่อนเวลาอันควรแน่ ๆ

จินมีธุระอะไรจะกับฉันเหรอ คาเมะถามขึ้นเมื่อได้อยู่กันตามลำพังในห้องรับแขก

ธุระอะไรดีหน่า... จินเลิกคิ้วมองอย่างเจ้าเล่ห์ และก้มลงช้อนตัวร่างบางพาให้ยังห้องส่วนตัวดีกว่า คาเมะได้แต่ดิ้นขลุกขลัก อยู่ในอ้อมแขน.

จินจะทำอะไรเนี๊ยะ คาเมะร้องถามเสียงดุ เมื่อรู้ความหมายของคำว่าธุระที่จินใช้อ้างกับคาริน

ก็ทำรักไง คนหน้าไม่อายตอบหน้าตาเฉย หันไปจัดการกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของคนตัวเล็ก และของตัวเองอย่างไม่สนใจคำทักท้วง

จิน เดี๋ยวคารินมาเห็น คาเมะบอกเสียงดุ มือปัดป่ายไม่ให้ปลดกระดุมเสื้อแม้จะเป็นเม็ดสุดท้ายก็เถอะ

คารินอยู่กับซาโยจัง ไม่เห็นหรอก หรือถ้ากลัวก็รีบ ทำแล้วกันนะ จินยังคงตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่าคนฟังเขาจะเขินอายหรือไม่

ทะลึ่ง...

ก็ทะลึ่งกับคาเมะคนเดียวนั่นแหละ... ขนาดโดนว่ายังตอบได้อย่างหน้าระรื่น คาเมะตั้งท่าจะว่าอีกแต่ก็ถูกปิดปากไว้ด้วยจุมพิตเร่าร้อน ทำให้ร่างบางอ่อนระทวยไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงยกแขนขึ้นมาผลักร่างสูงออกไปอย่างที่ใจคิด

อึม...จิน.... เสียงปรามตั้งแต่แรกเปลี่ยนไปเป็นเสียงครางแผ่วเบา ตามจังหวะรักที่บรรเลงอย่างไม่เร่งรีบ แต่เร้าร้อนไปด้วยความรักที่หนักแน่นขึ้นมากกว่าเดิมไม่นานนักสองร่างก็แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียว และหลับลงในอ้อมกอดของกันและกัน

เวลาอาหารค่ำเลยมานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่ทั้งสองคนยังคงกกกอดกันอุ่นสบายบนเตียงนุ่ม และเป็นร่างบางที่ขยับตัวก่อน เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรนุ่ม ๆ เข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างอ้อมกอดอุ่นจนต้องลืมตาขึ้นมาด้วยความสงสัย

คาริน!!!

จินและคาเมะอุทานพร้อมกัน เมื่อสิ่งนุ่ม ๆ ที่ว่านั้นคือร่างเล็ก ของคารินลูกสาวจอมยุ่งของจินนั่นเอง อยากจะดุให้หลาบจำที่เข้ามาให้ห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ได้แต่เก็บเอาไว้ เมื่อเห็นนางฟ้าตัวน้อยหลับตาพริ้มซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของคาเมะ แถมยังกอดเสียแน่นเหมือนจะแกล้งแดดดี้อย่างนั้นแหละคาเมะได้แต่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของจิน สมน้ำหน้าทีนี้ล่ะ จะให้คารินมานอนด้วยทุกวันเลย คนบ้ากาม!!

ในเมื่อกอดคาเมะคนเดียวไม่ได้ จินเลยตัดสินใจโอบกอดคนน่ารักทั้งสองเอาไว้พร้อมกันเลย อบอุ่นดี...คาเมะอยากจะขำกับท่าทางอิจฉาเป็นเด็กของคนตัวโต แต่ความรู้สึกอบอุ่นกับคำว่าครอบครัวทำให้เสียงหัวเราะแทนที่ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและหลับลงไปในที่สุด โดยมีวงแขนสองวงโอบกอดเอาไว้ วงแขนหนึ่งเป็นของพ่อส่วนอีกวงแขนหนึ่งเป็นของลูก อบอุ่นยิ่งกว่าผ้าห่มร้อยผืนเสียอีก

เป็นเช้าวันหยุดที่อากาศสดใสที่สุดในรอบปี คาเมะลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อแสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบประสาทตา สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาสีฟ้าของแม่หนูน้อยซึ่งกำลังมองผู้ใหญ่ทั้งสองคนด้วยความสงสัย

คาเมะยิ้มให้สาวน้อยในอ้อมกอด คารินยิ้มตอบ ใช้นิ้วเล็กแตะที่ริมฝีปากตัวเอง พร้อมส่งเสียงผ่านริมฝีปากบอกให้เงียบเอาไว้ คาเมะนึกสนุกทำตามที่หนูน้อยบอกอย่างเคร่งครัด ร่างเล็กค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น โดยไม่คาดคิด ด้วยน้ำหนักที่ตัวเองมีอยู่ไม่น่าต่ำกว่า 10 กิโลกรัมของคารินกระโดดลงทับร่างหนาที่นอนหลับสนิทอยู่ พร้อมกับใช้เสียงแหลมปี๊ดปลุกผู้เป็นพ่อ

แดดดี้ขา ตื่นได้แล้ว น้าคาเมะหนีไปแล้ว... จินรีบลืมตาตื่นขึ้นมาในทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครมาปลุกซ้ำ หน้าตาเหรอหราของจินนั่นทำให้คาเมะหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และดูเหมือนจะถูกอกถูกใจลูกสาวจอมยุ่งของจินเอามาก ๆ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า.... สาวน้อยหัวเราะเสียงใส คาเมะเองก็เช่นกัน นาน ทีจะได้เห็นจินเขิน แถมคนที่ทำให้เขินยังเป็นเด็กน้อยอายุ 4 ขวบอีกต่างหาก..

ทำไมแดดดี้กับคุณน้าคาเมะไม่ใส่เสื้อนอนล่ะค่ะเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก โตแล้วยังต้องให้คารินบอกอีก คารินกอดอกมองแดดดี้กับคาเมะที่ต่างเปลือยท่อนบนกันทั้งคู่ นี่ยังดีนะที่แม่หนูไม่เห็นว่าท่อนล่างก็ไม่ต่างจากท่อนบน

คราวนี้เลยเป็นคาเมะที่เขินนั่งหน้าแดงแก้มเป็นสีชมพู เมื่อเจอคำถามซื่อ ๆ ของเด็กแก่แดด ในขณะที่จินยิ้มแย้มแจ่มใสในความน่ารักของลูกสาว อย่างนี้ซิถึงเป็นลูกพ่อ...

อาหารเช้าของครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น โดยมีคารินคุยไม่หยุดเหมือนไม่เคยเหนื่อยที่จะพูดหรือถาม เพื่อนซี้คนใหม่อย่างคาเมะก็ตอบทุกคำถามที่แม่หนูนอยถามเหมือนกัน จินยิ้มกับคำตอบของคาเมะ เพราะบางคำถามคาเมะก็จนมุมจนต้องหันมามองความช่วยเหลือจากจิน.

พอได้แล้วสาวน้อย น้าคาเมะตอบหนูไม่ทันแล้วนะลูก จินบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ไปหาคุณยายซาโยจังนะครับ คุณยายมีอะไรให้หนูเล่นแหนะ. จินบอกลูกสาวเสียงนุ่ม หลายวันที่ผ่านมาสองคนพ่อลูกขลุกอยู่แต่ที่บ้านของคาเมะ จนกลายเป็นครอบครัวสุขสรรค์ไปแล้วจริง

คาเมะจ๋า จินเรียกเสียงอ้อน ล้มตัวลงนอนบนตักนุ่ม จับมือบางมาไว้แนบแก้ม จูบเบา ๆ ที่กลางฝ่ามือ

พรุ่งนี้คุณแม่จะกลับจากฝรั่งเศลแล้ว คาเมะไปพบคุณแม่กับผมนะ จินบอกเสียงอู้อี้ ไล่จูบนิ้วเรียวสวยทีละนิ้ว ๆ อย่างเอาใจ

คุณแม่จินดุไหม คาเมะถามอย่างกล้า กลัว ไม่รู้ว่าแม่จินจะรับเรื่องของพวกเขาได้ไหม

คุณแม่ใจดีครับ มีเหตุผลเสมอ...คาเมะกลัวเหรอ.. จินเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นนั่ง ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้ คาเมะพยักหน้ารับน้อย ๆ

ไม่ต้องกลัวหรอกครับ คุณแม่ท่านต้องรักคาเมะเหมือนที่ผมรักแน่ จินลูบหลังปลอบใจ คาเมะยกแขนขึ้นกอดตอบ ก่อนจะดันตัวออกห่างเมื่อรู้สึกว่าจมูกของคนตัวโตเริ่มซุกซน มืออุ่นก็อยู่ไม่สุกนวดคลึงแถวสะโพก คาเมะยิ้มหวานให้จนจินเคลิบเคลิ้ม และจังหวะนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคารินทันที ก่อนที่จะสายเกินไป

บ้านอาคานิชิ

อ้าวฮิโรกิ กลับมาแล้วเหรอ. จินทักขึ้นเพื่อเห็นน้องชายตัวดีก้าวลงมาจากรถซึ่งเข้ามาจอดเทียบรถของตัวเองด้วยใบหน้าชื่นมื่น

ครับผม. ฮิโรกิบอกอย่างอารมณ์ดี พอดีกับร่างบาง ของคาเมะก้าวลงมาจากรถจินพร้อมกันลูกสาวคนสวยฮิโรกิมองตาไม่กระพริบก็ลูกสาวเขานะซิจับมือไว้แน่นอย่างสนิทสนม ส่วนคารินนั้นพอเห็นหน้าฮิโรกิก็ปล่อยมือจากคาเมะวิ่งไปหาในทันที นี่แหละนะที่เขาว่า เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ

คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอค่ะ ลืมของฝากของคารินหรือเปล่า คารินแบมือเล็ก นั้นออก และทวงถามเสียงใส

อยู่ในรถครับผม มาถึงก็ทวงเลยนะ ไหนหอมแก้มก่อน ฮิโรกิเอียงแก้มซ้ายให้ลูกสาว ด้วยความอยากได้ของฝากจมูกเล็ก จึงเฉียดแก้มของผู้เป็นพ่อเพียงเบา แค่พอรู้สึก ฮิโรกิเองก็รู้ในความแก่แดดของลูกสาวดี

อีกข้างหนึ่ง. ฮิโรกิเอียงแก้มขวาให้ คารินก็ทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อทำครบทุกอย่างที่ฮิโรกิต้องการแล้ว สาวน้อยก็จูงมือคุณพ่อแท้ ไปที่รถในทันที ไม่ปล่อยให้มีโอกาสเบี้ยวกันเลย คาเมะยืนยิ้มกับท่าทางของฮิโรกิและคาริน เป็นเพราะทุกคนต่างให้ความรักความอบอุ่น คารินถึงได้สดใสน่ารัก ไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดแม่

คุณแม่อยู่ไหม. จินถามแม่บ้านเมื่อเดินเข้ามาในบ้านที่ดูเงียบเกินไป

อยู่ข้างบนค่ะ แม่บ้านบอกพร้อมกับเดินขึ้นไปเรียนประมุขของบ้านถึงการมาของลูกชายสุดที่รักทั้งสอง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากที่จะมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้

ไม่นานนักร่างของหญิงสูงวัยแต่ทว่ายังดูสวยและสุขภาพแข็งแรงก็เดินลงมาจากชั้นบนอย่างสง่างาม

สงสัยหิมะจะตกหนัก ลูกชายฉันสองคนกลับบ้านพร้อมกัน น้ำเสียงกึ่งประชดของมารดาทำให้ทั้ง 4 คนในห้องรับแขกหันไปมอง แม่หนูน้อยคารินซึ่งรู้หน้าที่ตัวเองดีรีบลุกขึ้นจากตักคาเมะไปรับคุณย่าอย่างประจบเอาใจ

คุณนายอาคานิชิเดินมานั่งที่โซฟาตัวโตด้วยท่าทางสุขุม กวาดตามองลูกชายทั้งสองที่ยิ้มให้อย่างน่าสงสัย และอีกหนึ่งหนุ่ม ตาคมหวาน รูปร่างบอบบางผิวพรรณผุดผ่อง สะอาดหมดจด เอ๊ะ!! เจ้าจินจับมือไว้แน่น ผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างเขามีหรือจะไม่รู้ว่าการแสดงออกแบบนี้มันเรียกว่าอะไร แม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับความสัมพันธ์แบบนี้ก็เถอะ ใบหน้าขาวใสอย่างผู้มีพลานามัยดีรู้สึกชานิด เมื่อรู้ว่าหนุ่มหน้าหวานคนนี้มีความสำคัญอย่างไรกับลูกชายคนโตของตัวเอง แต่จะว่าไปก็น่ารักดี...ที่พามานี่ก็คงจะมาประกาศให้ฉันรู้ล่ะซิ..ฮึ...จะมาไม้ไหนกับฉันกันแน่นายอาคานิชิ จิน แล้วนั้นเจ้าฮิโรกิวันนี้จะมาประจบเอาอะไรอีกล่ะทำเป็นยิ้มหน้าระรื่นเพิ่งกับจากออสเตรเลียไม่ใช่เหรอ ดี...รู้จักฉันน้อยไปเสียแล้วเจ้าเด็กเมื่อวานซืน

มาพร้อมหน้ากันก็ดี อยู่กินข้าวด้วยกันนะ แม่นัดหนูเคียวโกะไว้แล้ว.. คุณนายอาคานิชิบอกเสียงเข้ม จินอ้าปากค้าง คุณแม่นัดเคียวโกะไว้ ตายแน่อาคานิชิ จิน...งานนี้ตายแน่ พอหันไปหวังจะขอความช่วยเหลือจากน้องชาย เจ้านั่นก็เอาแต่ยิ้ม แถมยังหันมายักคิ้วให้อีก...จะทำอย่างไงดีล่ะทีนี้ เอ๊ะ!! คนที่แย่ต้องเป็นฮิโรกิซิ ถ้าเรื่องที่ฮิโรกิตกหลุมรักเคียวโกะเป็นอย่างที่คารินบอก

อ๋อ....จินเรื่องที่แม่คุยค้างไว้ก่อนที่ไปฝรั่งเศส วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะ เสียงดุหันมาบอกแก่ลูกชายคนโต จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น จะมาพูดอะไรกันวันนี้เล่า คาเมะก็อยู่ ถ้ารู้ขึ้นมามีหวังโกรธตายเลย... แต่คำพูดของผู้เป็นแม่นั้นทำเอาคนที่ยิ้มหน้าระรื่นหุบยิ้มในบัดดล และเริ่มนั่งไม่ติดที่เสียแล้ว... จินมองอย่างสะใจนิด

เอ่อคุณแม่ครับนี่ คาเมนาชิ คาซึยะ ประธานบริษัทคาเมนาชิกรุ๊ปครับ จินแนะนำให้คุณแม่รู้จักกับคนรักด้วยเสียงนุ่ม และแอบสังเกตปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่ว่าจะพูดอย่างไร แต่สิ่งที่จินค้นพบคือใบหน้าเรียบเฉย แววตาว่างเปล่า

สวัสดีฮะ คาเมะโค้งศีรษะอย่างสุภาพ หญิงสูงวัยกว่าพยักหน้ารับน้อย และเมินหน้าไปทางอื่นเหมือนจะไม่สนใจ ซึ่งลูกชายทั้งสองเห็นแล้วรู้สึกร้อน หนาว ชอบกล

คุณน้าคาเมะเป็นคนที่แดดดี้รักม๊าก...มากค่ะ สาวน้อยคารินบอกเสียงใสตามประสาเด็ก ทำเอาผู้ใหญ่ 4 คน อึ้งไปเลย โดยเฉพาะแม่จิน แหม...เจ้าตัวแสบนี่คงพาไปทำความรู้สึกกันแล้วละซิ ถึงได้เรียกกันซะสนิทสนมแบบนี้ ทีฉันเป็นแม่ล่ะให้รู้หลังสุด

และแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ ยังดีที่มีเสียงรถเข้ามาจอดหน้าบ้านดึงความสนใจของคนในห้องออกไปได้

หนูเคียวโกะคงจะมาแล้ว. ผู้เป็นแม่พูดขึ้นมาก่อน และมีเพียงจินเท่านั้นที่เห็นท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของฮิโรกิ สักครู่ร่างสวยสมส่วนก็เดินเข้ามายังห้องรับแขกด้วยเครื่องแต่งกายสีชมพูดูอ่อนหวานน่ารักยิ่งนัก

สวัสดีค่ะคุณป้า เคียวโกะกล่าวทักทายด้วยท่าทีอ่อนน้อมพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานที่เผื่อแผ่ไปถึงฮิโรกิ ถ้าคุณแม่จะสังเกตเห็น

สวัสดีจ๊ะ.ไปเที่ยวสวิสฯมาเป็นอย่างไงบ้าง นี่ฮิโรกิเขาก็เพิ่งกลับมาจากสวิสฯเหมือนกัน หญิงสูงวัยบอกอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสผิดกับเพื่อครู่อย่างกับคนละคน เล่นเอาจินพูดไม่ออก หันไปมองคาเมะก็เอาแต่ก้มหน้าอย่างน่าสงสาร อยากจะเข้าไปโอบกอดแต่ก็ทำไม่ได้

เป็นประเทศที่สวย และโรแมนติคมากเลยค่ะคุณป้า ถ้ามีโอกาสคุณป้าไปกับหนูนะคะ. เคียวโกะบอกด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง และดูจะมากกว่าเดิมเมื่อหันไปสบตากับฮิโรกิยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นกัน ถ้าคุณแม่จะหันมามอง...

อ๋อหนูเคียวโกะจ๊ะ นี่จิน..ลูกชายคนโตที่ป้าเล่าให้ฟัง ส่วนนั่นคาเมนาชิ เป็นเพื่อนของจินเขานะจ๊ะ มารดาปรายตามองจินนิดหนึ่ง รู้สึกสะใจกับอาการเหวอของลูกชาย สมน้ำหน้าอยากทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาฉันดีนัก...

อาหารพร้อมแล้วมีอะไรค่อยคุยกันที่โต๊ะก็ได้. ผู้ใหญ่ที่สุดของบ้านกล่าวเชิญ ดวงตาของผู้สูงวัยชำเลืองมองร่างบางที่นั่งหน้าเศร้า ๆ อยู่ข้างลูกชายคนโตด้วยความสงสาร...

ระหว่างรับประทานอาหารมื้อที่ฝืดคอที่สุดของจินและคาเมะ คุณนายอาคานิชิไม่เปิดโอกาสให้ลูกชายคนโตได้พูดเรื่องที่ตั้งใจจะมาพูดเลยสักนิด เอาแต่นั่งคุยกับเคียวโกะและฮิโรกิ ซึ่งสองคนนั้นคุยไปก็ส่งตาหวานกันไป โดยมีผู้เป็นแม่สนับสนุนด้วยเสียงหัวเราะเป็นระยะ จินจึงได้แต่ทำใจว่าวันนี้คงจะไม่มีทางได้พูด เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน...

จิน.พรุ่งนี้แม่จะไปหาที่บริษัทนะ. ผู้เป็นแม่บอกเสียงดุ เมื่อลูกชายคนโตขอตัวกลับหลังจากรับประทานอาหารเสร็จและนั่งเล่นกันที่ห้องรับแขกได้สักพัก

ครับแม่. จินรับคำเสียงอ่อย พรุ่งนี้คงจะมีโอกาสได้พูดกับคุณแม่ และที่สำคัญฮิโรกิ...ถึงเวลาที่นายต้องรับผิดชอบสิ่งที่นายกระทำแล้ว

to be con