fic-play-boy

ฮือ ฮืออึก.ฮือ. เสียงสะอื้นไห้ ที่ส่งเสียงเบา แต่ทว่าในความเงียบของเวลาค่ำคืนทำให้เสียงสะอื้นที่เบา นั้นกลับดังชัดเจนมากขึ้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนพาดตัวอยู่บนกระดานเลื่อนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ในมือคีบบุหรี่ยี่ห้อดีเชียวล่ะปากสวยพ่นควันออกมาอย่างสบายอารมณ์ หรือต้องการปลดปล่อยอารมณ์ในคราวเดียวกัน แต่แล้วอารมณ์สุนทรีก็มีอันต้องสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ.

ใครนะมาร้องไห้อยู่แถวนี้.ดึกดื่นป่านนี้แล้ว. บ่นพึมพำกับตัวเองลืมนึกไปหรือเปล่าว่าตัวเองก็ยังไม่ได้กลับบ้าน ร่างสูงดีดตัวลุกจากที่นั่งโยนบุหรี่ในมือทิ้ง เดินมาหาต้นตอของเสียงด้วยความสงสัย เดินหาจนทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบอะไร

ฮือ ฮืออึก.ฮือ. เสียงสะอื้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ร่างสูงเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเสียงนั้น หมุนตัวมองหาจนทั่ว.ไม่พบ.พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับสิ่งมีชีวิต ร่างเล็ก นั่งขดตัวเอาหน้าซุกอยู่ระหว่างเข่าเล็ก ทั้งสองข้าง ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยู่ในอุโมงค์เด็กเล่น ร่างสูงค่อย ก้าวเข้าไปอย่างช้า ด้วยยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้เห็น

ฮือ ฮืออึก.ฮือ. ร่างน้อย นั้นยังคงร้องไห้ไม่หยุด ไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองอะไรทั้งนั้น.

โชคุงเหรอ.กลับไปก่อนเถอะเดี๋ยวเรากลับเอง.. เสียงเล็ก ปนสะอื้นร้องบอก ด้วยคิดว่าเป็นพี่เลี้ยงคนสนิท คนเดียวที่เหลืออยู่ในความรู้สึกของเด็กน้อย

เงียบไม่มีเสียงตอบรับ.ร่างเล็ก นั้นค่อย เงยหน้าขึ้นมามอง ตาเล็ก นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา จมูกเล็ก นั้นแดงเข้มจากการร้องไห้อย่างหนัก

อึกนายเป็นใคร..อึก..ไม่ใช่โชคุงนี่ เจ้าตัวเล็กถามทั้งที่ยังไม่หายสะอื้น

ก็ไม่ใช่นะสิ แล้วนายทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ ไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง.. ถามด้วยน้ำเสียงดุ ในฐานะที่ตัวเองอายุมากกว่า.

ฮือ ฮือ ฮือ แทนคำตอบเจ้าตัวเล็กกลับร้องไห้ขึ้นมาอีก คนถามเลยได้แต่หน้าเอ๋อ ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง .นี่เราพูดอะไรผิดวะ.แค่ถามหน่อยเดียว ร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย

เฮ้.นายอย่าร้องไห้ซี.หนวกหู เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไร เกิดมายังไม่เคยปลอบใคร แล้วนี่ยิ่งพูดยิ่งร้องไห้.งงตัวเองเหมือนกันแฮะ

หนวกหูก็เอามืออุดหูซิ ร่างน้อยตวาดเข้าให้ พลางชำเลืองตามองค้อนทั้ง ที่ยังไม่หยุดร้องไห้

.เอาล่ะซิจะกลับบ้านก็เบื่อ เซ็งหน้าพ่อกับแม่เลี้ยง โดยเฉพาะแม่เลี้ยงก็ชอบส่งสายตายั่วยวนมาให้.เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจนั่งลงข้าง ร่างเล็ก ยกแขนแข็งแรงขึ้นโอบรอบไหล่บางอย่างกล้า ๆ กลัว จะโดนด่าไหมเนี๊ยะ. แต่ก็โอบไปแล้ว ร่างเล็ก นั้นก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร กลับอิงศีรษะเล็ก นั้นเข้ากับบ่ากว้างอย่างหาที่พึ่งพิง หลังจากนั่งร้องไห้จนพอใจ ก็ลุกมานั่งในท่าปกติ

แล้วนายไม่กลับบ้านเหรอ. เจ้าตัวเล็กถามขึ้นเบา เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอยู่กับคนแปลกหน้า

ยังไม่อยากกลับแล้วก็..ฉันอายุมากกว่าเรียกแบบนี้ไม่เห็นจะน่ารักเลย.. เด็กหนุ่มบอกเสียงเรียบ นึกเอ็นดูเจ้าตัวเล็กนี้เหมือนกันนะ

ไม่น่ารักเหรอถึงยังไงก็ไม่มีใครรักเราอยู่แล้ว ร่างเล็ก พูดด้วยเสียงสั่นเครือ.ตั้งท่าจะร้องไห้อีกสักยก.

แล้วทำไมนายถึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ล่ะ อีกประโยคที่แทงใจดำ ร่างเล็ก น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง

เออไม่เป็นอะไร ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า.. เด็กหนุ่มรีบบอกทันที กลัวน้ำตาเจ้าตัวเล็กคนนี้จริง เห็นแล้วใจหายอย่างบอกไม่ถูก

เราไม่อยากกลับบ้าน เราคิดถึงแม่ แม่เราจากเราไปแล้ว..วันนี้พ่อพาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้าน บอกว่าเป็นแม่ใหม่ของเรา เราไม่ชอบเรามีแม่คนเดียว เด็กน้อยพูดไปพลางทำแก้มตูม ดูจากสายตาแข็งกร้าวเวลาที่พูดถึงผู้หญิงคนใหม่

ของพ่อ.คงจะไม่ชอบเอามาก เลย

งั้นเหรอเหมือนฉันเลยซินะ.. เด็กหนุ่มตอบ ค่อย เอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้า เหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ด้วยสายตาเปลี่ยวเหงา

เหมือนนายอย่างนั้นเหรอ.นายก็มีแม่ใหม่เหรอ.. ร่างน้อย หันไปมอง

ร่างสูงที่นอนอยู่ข้าง ๆ

อือ..ใช่.. ตอบสั้น พลางหลับตาลง เหมือนเก็บซ่อนความรู้สึกที่ส่งออกมาจากแววตา

ร่างเล็ก ล้มตัวลงนอนข้าง ใช้แขนเล็ก หนุนหัวนอนในท่าเดียวกับ

ร่างสูง คนข้าง เลยหันมามองร่างเล็ก นั้น ยิ้มมุมปากกับภาพที่เห็น.ยิ้มเพราะอะไร.ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้..

เราเป็นเพื่อนกันนะ เสียงเล็ก ดังขึ้นปลุกร่างสูงให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ หันมามองร่างน้อยอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มกว้างกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถูกส่งมาจากเจ้าตัวเล็ก เมื่อสักครู่นี้ยังร้องไห้อยู่เลย.ยิ้มได้แล้วเหรอลืมง่ายเสียจริง.

อึม ร่างสูงตอบรับเสียงในลำคอ เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้างมากขึ้น ยกนิ้วก้อยเล็ก นั้นขึ้นมาส่งให้เพื่อนใหม่

เรามาเกี่ยวก้อยสัญญาเป็นเพื่อนกันนะ เด็กน้อยบอกเสียงใส เด็กหนุ่มมองนิ้วก้อยเล็ก น่ารักนั้น พร้อมกับอมยิ้ม ยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมเสียงหัวเราะสดใสที่ดังประสาน

ฉันยังไม่รู้จักชื่อนายเลย. ร่างสูงถามขึ้นก่อน.หลังจากเกี่ยวก้อยสัญญา เขย่าเล่นกันจนนิ้วแทบหัก

เราชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ. เด็กน้อยบอกชื่อตัวเองด้วยรอยยิ้ม.ยิ้มที่ทำให้คนมองลืมไปเหมือนกันนะว่าเมื่อสักครู่คน นี้ ร้องไห้..

แล้วจะไม่บอกชื่อนายให้เรารู้จักบ้างเหรอ ร่างเล็ก ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนใหม่ไม่เห็นบอกชื่อตัวเองให้รู้บ้างเลย

ฉันชื่ออาคานิชิ

คุณหนูคาเมะครับคุณหนูอยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ เสียงเรียกดังขึ้นและดังใกล้เข้ามาทุกที

โชคุงเราอยู่นี่อยู่ทางนี้. เสียงใส ร้องบอกพลางหันไปมอง

อ๋ออยู่นี่เอง กลับบ้านเถอะครับคุณหนู คุณพ่อให้มาตาม ดึกแล้ว พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าด้วยนะครับ โชคุงบอกเสียยืดยาว ไม่รอให้หายเหนื่อย เหมือนกลัวจะเสียเวลา

ฮะ..โชคุง เสียงเล็ก นั้นตอบรับ แววตาสั่นระริก เดินเข้าไปหาพี่เลี้ยง ยื่นมือน้อย ไปจับมือพี่เลี้ยงไว้มั่น.

เด็กหนุ่มมองร่างน้อย ที่กำลังจะเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเงียบเหงาเช่นเดิมกำลังจะคืบคลานเข้ามาอีกแล้ว

เดี๋ยวฮะ..โชคุง ร่างเล็ก นั้นวิ่งกลับมาอีกครั้ง หยุดยืนอยู่ตรงหน้า

ร่างสูง เขย่งตัวขึ้นหอมแก้มขาวของร่างสูงแรง

เราดีใจที่ได้รู้จักนาย..พรุ่งนี้เราต้องไปอยู่ที่ฮอกไกโดแล้ว เจ้าตัวเล็กบอกเสียงเศร้า จินนั้นถึงแม้จะตกใจกับการกระทำของเจ้าตัวเล็ก แต่ก็ยิ้มให้

ฉันก็ดีใจที่ได้รู้จักนาย..คาซึยะ จินบอกพร้อมรอยยิ้ม ขยี้หัวเจ้าตัวเล็กแรง ด้วยความหมั่นเขี้ยวปนเอ็นดูในความน่ารัก และด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ในหัวใจที่เพิ่งจะเป็นครั้งแรก

เราไม่ชอบคนสูบบุหรี่.เราแพ้ควันบุหรี่.. เจ้าตัวเล็กบอกอีกครั้ง ไม่ได้ต่อว่า แต่ก็ทำให้จินนิ่งได้เหมือนกัน

เราไปล่ะนะ เสียงใส บอกพร้อมกับโบกมือเล็ก ไปมาวิ่งออกไปได้สักนิดร่างน้อยก็ต้องหยุดด้วยเสียงเรียกอันไพเราะ..

คาซึยะ.

เจ้าตัวเล็กหันมามอง ร่างสูงของจินที่ก้าวเดินเร็ว แต่สง่างามมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก ถอดสร้อยคอที่ห้อยแหวนทองคำขาว ที่เจ้าตัวใส่ติดตัวมาตลอดตั้งแต่แม่จากไป ค่อย ๆ ถอดออกมาบรรจงสวมให้ร่างเล็ก นั้น

ฉันให้เป็นที่ระลึกที่เราได้รู้จักกัน จินยิ้มให้ยิ้มจริง ๆยิ้มมากที่สุด

ในรอบเดือนเลยก็ว่าได้

กลับได้แล้วครับคุณหนู.เดี๋ยวคุณพ่อจะดุเอานะครับ เสียงพี่เลี้ยงตะโกนบอกด้วยความกังวลใจ.ร่างเล็กนั้นหันไปมอง

ฮะ ร่างเล็กนั้นหันมายิ้มให้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหวานยิ้มหวาน เหมือนจะให้คนมองประทับไว้ในความทรงจำ.

.พบกันแล้วก็จากกัน..อย่างนั้นเหรอ..

คาซึยะ.

อาคานิชิ..

ความเงียบเหงาคืบคลานเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง จินหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

แต่แล้วคำพูดเมื่อครู่ของเจ้าตัวเล็กก็ลอยเข้ามาในความคิด

เราไม่ชอบคนสูบบุหรี่ เราแพ้ควันบุหรี่

จินมองบุหรี่ในมือ ยิ้มให้กับคำพูดนั้นโยนบุหรี่ที่ถืออยู่ ซองบุหรี่ในกระเป๋า ไฟแช็คโยนมันทิ้งลงในถังขยะ แล้วเดินผิวปากกลับบ้าน.ไม่หันมามองสิ่งเสพติดที่ใช้เป็นเพื่อนแก้เหงามานานหลายปี.


วันเวลาผ่าน

คลับแห่งหนึ่ง

เฮ้ยจินทางนี้. หนุ่มร่างสูงขาว เดินเข้าไปยังโต๊ะเพื่อนรักตามเสียงเรียกด้วยท่าทางเซ็ง ผ่านโต๊ะสาว ก็หยุดคุยอย่างเสียไม่ได้ ด้วยความคุ้นเคย ..ก็คนเคยนอนด้วยกัน .

ทำไมทำหน้าเบื่อโลกอย่างนั้นวะ.. เพื่อนรักตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม

ก็เบื่อนะซีวะเบื่อทั้งโลกเบื่อทั้งคน ร่างสูงบ่นไป พร้อมกับกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างโมโหสุด

อะไรกัน.น้องยูริ..ที่พาไปเมื่อคืนไม่ถึงใจหรือไงวะ เพื่อนรักยังแซวต่อไปพร้อมกับโยกตัวไปกับเสียงเพลงแดนซ์สุดมัน

หึ.หึ.. หัวเราะเสียงในลำคอ ไม่รู้ว่าตอบรับ หรือปฏิเสธ

งั้นฉันขอนะโว้ยสเป็คว่ะ เพื่อนซี้กระแซะเข้ามาใกล้ พลางส่งสายตากรุ้มกริ่ม..

เออ..เอาไปเลยไอยู บอกไปด้วยเสียงดัง ไม่ใช่ไม่พอใจที่เพื่อนขอ

แต่เบื่อแล้ว ว่าแล้วก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากทีเดียวรวด ราวกับมันคือน้ำหวาน

เฮ้ย..ไอจินนั้นเหล้านะโว้ย ไม่ใช่น้ำเปล่า. ยู หรือ นากามารุ ยูอิจิ เพื่อนซี้อาคานิชิ จิน ร้องบอกเมื่อเห็นเพื่อนกระดกเหล้าไม่หยุด..

เออใครว่าใช่ล่ะ จินตอบไปอย่างกวน.Teen เพราะเมาบวกกับอารมณ์ที่ไม่ปกติ

เป็นอะไรของนายใครกันที่ทำให้ play boy ชื่อดังของโตเกียวต้องมานั่งกระดกเหล้าราวกับคนอกหักแบบนี้ เพื่อนรักขมวดคิ้วด้วยความสงสัย รู้จักกันมานาน เดิมทีก็เป็นคนเงียบ อย่างเด็กมีปัญหา มาเปลี่ยนนิสัยเป็นเพลย์บอยเต็มตัว

ก็ตอนที่ ถูกหักอกนั่นแหละ จากเงียบ ก็เลยกลายเป็นเพลย์บอยอารมณ์ร้อนอย่างที่เห็นควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ผู้ชายมาก็ยินดี..

ไม่มีใครทำให้ อาคานิชิ จิน คนนี้เป็นอะไรได้หรอกโว้ย ฉันอยากดื่มฉันก็ดื่ม ลิ้นเริ่มรัวพูดจาเริ่มไม่รู้เรื่อง

แม้กระทั่ง จุนโนะหรือไงวะ เพื่อนรักอดรนทนไม่ไหวก็เลยต้องพูดขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ในความดื้อด้านของเพื่อน

ไอยู.ไม่ต้องพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก ได้ยินไหมไม่งั้นฉันจะตั๊นหน้าแก หนุ่มร่างสูงชี้หน้าบอกเพื่อนด้วยความเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เพื่อนรักที่รู้นิสัยกันดีเลยได้แต่ส่ายหน้าไปกับอากัปกิริยาเมาของเพื่อน

เออขอโทษ แล้วนี่จะกลับบ้านหรือยัง นายเมามากแล้วนะ.. ยูอิจิ ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ก็ขนาดนั่งยังแทบจะทรงตัวไม่อยู่เลย

ยัง ขี้เกียจไปเจอหน้าแม่เลี้ยงบ้าตัณหา ผู้หญิงบ้าอะไรจ้องแต่จะปล้ำลูกเลี้ยง จินพูดเสียงอ้อแอ้ มากขึ้น แต่ยังไม่เลิกดื่ม แก้วแล้วแก้วเล่ายูอิจิเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี คงจะมีปัญหากับแม่เลี้ยงมาอีกล่ะซิ ถึงได้มานั่งเมาอยู่อย่างนี้.คนหนึ่งก็ผู้หญิงของพ่ออีกคนก็พ่อ คงจะลำบากใจไม่ใช่น้อย.

มันเป็นปัญหาของแม่เลี้ยงสาว กับลูกเลี้ยงหนุ่ม จะทำอย่างไรได้เมื่อมีแม่เลี้ยงที่อายุห่างจากตัวเองเพียงแค่ 5 ปี แม่เลี้ยงที่จ้องจะเขมือบลูกเลี้ยง ตั้งแต่เริ่มเข้าวัยหนุ่ม จนจินต้องขอพ่อเข้าเรียนโรงเรียนประจำ จนกระทั่งพบรักกับหนุ่มหน้าหวาน ชื่อ ทางุจิ จุนโนะสึเกะ คบหาดูใจกันอยู่ 3 ปี พาคนรักเข้าบ้าน อยู่ได้ไม่นาน อยู่ดี จุนโนะก็ขอเลิก ด้วยเหตุผลเหมือนกับคนทั้งโลกเวลาขอเลิก

เพราะเราเข้ากันไม่ได้

คนที่รู้เหตุผลที่แท้จริงของการบอกเลิกก็คือคนที่นั่งสาดเหล้าเข้าคอนั่นแหละ

แม่เลี้ยงสืบจนรู้ว่าบริษัทของพ่อจุนโนะขอกู้เงินบริษัทอาคานิชิอยู่.เลยเอาธุรกิจมาบังหน้าขู่จะตัดเงินกู้บริษัทของพ่อจุนโนะ.เหตุผลของคนต่ำช้าเห็นแก่ตัวพรากคนที่รักของเขาไปอีกคนหนึ่งแล้วใช่ไหม.เอาพ่อเขาไปยังไม่พอยังมาพรากคนรักเขาไปอีกจินเลยเปลี่ยนนิสัยตัวเองเป็นเพลย์บอยเต็มตัว ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเข้าบ้าน พาไปเย้ยแม่เลี้ยงทุกวัน ดูซิไม่ให้เขามีคนรักก็ไม่มี แต่เปลี่ยนคนไปเรื่อย ให้แม่เลี้ยงรู้ว่า.ถึงอย่างไงเขาก็ไม่คิดจะนอนกับแม่เลี้ยง

กับจุนโนะนะเหรอ..ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย.เพราะเลิกกันไปไม่เท่าไหร่ก็ควงคนใหม่มาให้ดูตอนนี้คงจะมีความสุขกันดีละซีนะหึ.ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ กระดกเหล้าเข้าปากอีกแก้ว ประชดใครกัน ประชดตัวเอง อย่างนั้นหรือ.

เวลาผ่านไป อาคานิชิ จิน ก็ยังคงนั่งดื่มต่อไป แก้วต่อแก้วขวดต่อขวด หันไปมองรอบ ตัวด้วยสายตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่มีใครอยู่แล้ว แม้กระทั่งยูอิจิ เจอสาวถูกใจเข้าก็ควงกันออกไปหาความสำราญกันต่อ ร่างสูงดันตัวเองลุกขึ้น อย่างโงนเงน เดินโซซัดโซเซออกจากร้านไป จะขับรถกลับบ้านอย่างนั้นเหรอ ไม่อยากกลับ ร่างสูงเดินมายังลานจอดรถ

ตุ๊บ ตั๊บ ตุ๊บ ตั๊บ

เสียงฝีเท้าหนักบ้าง เบาบ้าง ดังอยู่ข้างหลัง จินพยายามพยุงร่างตัวเองไปที่รถ หยิบกุญแจออกมาไขอย่างทุลักทุเล

ช่วยด้วย

เสียงเรียกขอความช่วยเหลือดังขึ้นแต่ไกล จินหันไปมองหาที่มาของเสียง ร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาที่เขา พอดีกับที่ประตูรถถูกปลดล็อคสำเร็จ ร่างบางที่เห็นวิ่งมาแต่ไกลนั้นอาศัยความไวเปิดประตูรถด้านหลังเข้าไปซุกตัวเงียบ จินได้แต่มองตามอย่าง งง อาการเมาเริ่มหายไป กลายเป็นอาการงง ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งตามมาทันหยุดยืนหมุนไปหมุนมาสอดส่ายสายตามองรอบลานกว้าง

เฮ้ยเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ขาว วิ่งผ่านมาทางนี้ไหม.. หนึ่งในกลุ่มนั้นคงจะเป็นพี่ใหญ่ ถามขึ้นเสียงดุ จินส่ายหน้าไปมา ผู้ชายคนดังกล่าวสบถคำหยาบออกมาอย่างอารมณ์เสีย

เฮ้ย..ไปเถอะ.เดี๋ยวนายหญิงจะคอย. เจ้าชายกลุ่มพวกนั้นวิ่งออกไปจากลานจอดรถ เปลี่ยนเป้าหมายในการค้นหาเป็นซอกซอยมืด ที่วิ่งผ่านมา

จินมองตามกลุ่มคนพวกนั้นไปจนลับตา คิดว่าคงปลอดภัยดีแล้ว จึงหันไปมองร่างเล็ก ที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เบาะรถด้านหลัง โชคดีที่รถเขาติดฟิล์มดำสนิท เลยพลางตัวได้เป็นอย่างดี ร่างบางนั้นโผล่ออกมาจากหลังรถ

นี่คุณ เร็ว ซิ เดี๋ยวพวกนั้นก็ย้อนกลับมาอีกหรอก ร่างเล็ก นั้นบอกเสียงดุ จินมองอย่างไม่เข้าใจ ใครกันวะ อยู่ดี ก็มาออกคำสั่ง ไม่รู้จักกันเสียหน่อย

เร็วซิคุณ ร่างบางส่งเสียงเร่งคนตัวโต ที่ยืนนิ่ง หายเมาเป็นปลิดทิ้ง แต่คงยังงงตัวเองอยู่ ก็ได้แต่ทำตามคำสั่งคนแปลกหน้า ร่างสูงก้าวขึ้นรถ พร้อมกับขับออกไปอย่างรวดเร็วตามคำบอกของร่างบาง เมื่อขับออกมาไปไกลพอสมควร ก็ตัดสินใจจอดลงตรงข้างทาง หันไปมองร่างบางที่ปีนข้ามมานั่งข้างหน้าตั้งแต่เมื่อครู่

ไหนเล่ามาซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วนายชื่ออะไร จินถามขึ้นหลังจากตั้งสติได้แล้วนิดหน่อย ร่างเล็ก ๆนั้น หันไปมอง ก่อนจะหลบสายตาก้มลงมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนหน้าตัก

เราชื่อ คาซึยะ คิมูระ คาซึยะ เรียกเราว่าคาเมะก็ได้.. ร่างเล็ก แนะนำตัวเอง แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองคนถาม

แล้วทำไมถึงถูกเจ้าพวกนั้นวิ่งไล่มาแบบนั้น ร่างสูงถามเสียงขรึม คิดในใจว่าคงจะเป็นเด็กเกเรที่ไปขโมยของในบ้านผู้มีอิทธิพลเข้าละมั้ง ถึงได้สั่งลูกน้องออกมาล่าแบบนี้ร่างบางกำมือตัวเองแน่น เหมือนใช้ความคิด สะกดอารมณ์อ่อนไหวในใจ

เออเราไปจีบลูกสาวยากูซ่าเขาก็เลยสั่งลูกน้องออกมาสั่งสอน ก็แค่นั้นเอง ร่างเล็ก ๆ ตอบเสียงเบา หันไปมองหน้าของคนตัวสูงที่นั่งข้าง จ้องมองดูว่าจะเชื่อที่ตัวเองพูดหรือเปล่า

หึ หึ.. จินหัวเราะเสียงในลำคอ แสบเหมือนกันนะ เห็นหน้าหวาน แบบนี้ก็เถอะ

หัวเราะอะไร ไม่เชื่อเราหรือไง เสียงเล็ก ตวาดออกมาด้วยความไม่พอใจ ทำไปเพื่อปิดบังอาการประหม่าที่เกิดขึ้น

เปล่า.ฉันว่านายนี่แสบใช้ได้เหมือนกัน จินหัวเราะไปพูดไป ตอบไม่ถูก ทำไมถูกชะตากับเจ้าเด็กคนนี้

แล้วนายไม่คิดจะบอกชื่อนายให้เรารู้บ้างเหรอ ร่างบางปรายตามองพร้อมกับเชิดหน้าถามอย่างหยิ่งยะโส จินมองพร้อมกับเลิกคิ้วเข้มถามกลับ

ฉันนะเหรอจิน.อาคานิชิ จิน ร่างสูงบอกเสียงหนักแน่น

จินอย่างนั้นเหรออาคานิชิ.จะใช้ อาคานิชิ คนนั้นหรือเปล่านะ

ร่างบางคิดไป พลางใช้มือเล็ก นั้นคลำสร้อยคอที่สวมไว้ไม่เคยถอดมาตั้งแต่วันนั้น

บ้านนายอยู่ที่ไหนล่ะเดี๋ยวฉันจะไปส่ง จินถามขึ้นเมื่อเคลื่อนรถออกมา ร่างเล็ก ๆ นั้นอ้ำอึ้ง จะให้บอกได้อย่างไง ในเมื่อตัวเองเพิ่งจะหนีออกมาจากบ้าน จะทำอย่างไงดีหว่า กลับบ้านก็ไม่ได้ จะไปไหนดี ที่โตเกียวก็ไม่มีคนรู้จักเหลืออยู่ด้วยซิ

ว่างัยบ้านนายอยู่ที่ไหน.. จินถามอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างเล็ก นั้นไม่ตอบ

เอาแต่นั่งเหม่อ

เออเออเราไม่มีบ้านหรอก พ่อเราเพิ่งตาย เราไม่เหลือใครแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างงัยดี พูดไปน้ำตามันก็ไหลออกมาซะอย่างนั้น

อ้าวอย่าเพิ่งร้องไห้ซิ พูดกันให้รู้เรื่องก่อน. จินทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นตาเรียวสวยมีน้ำตาคลอเบ้า จมูกเล็ก น่ากัดนั้นเริ่มเป็นสีชมพู ริมฝีปากบางนั้นเม้มสนิท กลั้นเสียงสะอื้น

เราไม่มีที่ไป ให้เราไปด้วยได้ไหม ร่างเล็ก นั้นใช้หลังมือเช็ดน้ำตาลวก หันมาทำตาอ้อน ให้ร่างสูงแทน ทั้ง ที่น้ำตายังไม่แห้ง จินมองหน้าหวานนั้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา แววตาอ้อนอย่างน่าสงสาร

..คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งพาไปด้วยก็ดี จะได้มีเพื่อนคุย

แล้วนายอายุเท่าไหร่ จินถามขึ้นหลังจากเงียบชั่งใจอยู่นาน

17 ร่างบางบอกเสียงเบา รู้ว่าตัวเองอายุยังน้อย

หา อายุ 17 แล้วนายไม่มีญาติที่ไหนเลยเหรอ จินร้องด้วยความตกใจ จะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ไหมเนี๊ยะ

ใช่ เดือนหน้าเราก็ 18 แล้วไม่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรอก ร่างเล็ก บอกเหมือนรู้ว่าคิดอะไรจินมองอย่างใช้ความคิดอีกครั้ง

นานะ.ให้เราไปด้วยนะแล้วจะให้เราทำอะไรเราทำให้ทุกอย่างเลยนะจินนะจินสุดหล่อ คาเมะอ้อนทั้งแววตา และท่าทาง แล้วใครจะคิดว่าเพลย์บอยชื่อดังต้องยอมแพ้แก่ลูกอ้อนของเด็กอายุ 17

ก็ได้แล้วจำคำที่พูดไว้นะ จินบอกด้วยเสียงเหนื่อย

เมื่อได้ข้อตกลงเป็นที่น่าพอใจกันทั้งสองฝ่าย คาเมะก็จ้อไม่หยุด.ร่าเริงขึ้นมาได้ชั่วครู่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนข้างถนนล่ะว้า..จินก็นั่งฟังคาเมะพูดไปตลอดทาง.รู้สึกคุ้น กับท่าทางแบบนี้ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน..นั่งคิดอะไรไปเรื่อย หันไปอีกทีร่างน้อย นั้นก็หลับเสียแล้ว คงจะวิ่งมาเหนื่อยละซิ จินส่ายหน้าให้กับเจ้าตัวเล็ก..ใบหน้าเรียวสวยหวานอย่างกับผู้หญิง ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ น่ารักเหมือนกันแฮะ..

to be con



Park Kesung
View full profile