[Fic sj & tvxq] แก๊งค์ซ่าส์!! ท้ารัก Part : kyu : min (ต่อ)
posted on 19 May 2008 19:12 by cinxiah in TVXQณ ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมือง....
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานชวนให้ออกสเต็ปเรียกเหงื่อไม่หยุดมาตั้งแต่หัวค่ำ...หนุ่มสาวที่รักการเต้นต่างออกไปโชว์ลีลาเร้าใจ ทั้งน่ารัก ทั้งเซ็กซี่ แล้วแต่จะถนัด...หากแต่ว่าวันนี้ คนที่ไม่เคยพลาดการเต้นสักรอบอย่างซองมิน กลับไม่มีอารมณ์ที่จะเต้นสักนิด...เขาจึงนั่งจิบไวน์เงียบๆอยู่ที่มุมมืดของร้านที่สามารถมองเห็นได้ทั่ว...
“เฮ้อ...หรือว่าวันนี้เราจะมาเสียเที่ยว...” ซองมินถอนหายใจเบาๆมองซ้ายมองขวา เรียววุคก็ยังไม่มาสักที ปล่อยให้เขานั่งแกร่วอยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว น่าเบื่อชะมัด...นิ้วเรียวลูบปากแก้วไปมา...วันแรกก็แห้วซะแล้ว...
“วันนี้ไม่ออกไปแดนซ์เหรอครับ” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู...ทำเอาคนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้งสุดตัว
“เฮ้ย!!!..” ซองมินรีบกระโดดถอยหนีด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว
“จุ๊ๆ...ขวัญเอ๋ยขวัญมา...” มือหนาลูบศีรษะคนตัวเล็กไปมา
“ฉันไม่ใช่เด็ก...” ซองมินปัดมือนั้นออก แล้วขยับไปนั่งเก้าอี้อีกตัว...ร่างสูงอมยิ้ม แล้วนั่งลงแทนที่โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเชิญ
“หายไปนานเลยนะครับ” คยูฮยอนถามขึ้น...ในขณะที่สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานไม่กระพริบ...
“ก็ไม่ได้ไปไหน” ซองมินยักไหล่ตอบเหมือนไม่ได้ใส่ใจ...หากในใจกลับยิ้มย่อง ’นายเดินมาติดกับฉันเองนะ คยูฮยอน’
“ผมมาที่นี่ทุกวันแต่ไม่เคยเจอคุณเลย” คยูฮยอนพูดในขณะที่เขี่ยน้ำแข็งในแก้วไปมาอย่างช้าๆ...
‘หึหึ จริงอย่างที่เรียววุคบอกเลย มารอพบฉันทุกวันงั้นเหรอ...ก็ดีอะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้น’
“มาเที่ยวกับแฟนเหรอครับ” ซองมินมองร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตา(แกล้ง) ตื่นเต้น
“เปล่าครับ” คยูฮยอนตอบปฏิเสธ...เป็นผลให้ร่างบางหุบยิ้ม หน้าบึ้งขึ้นมาทันที...ไอ้ผู้ชายปลิ้นปล้อน
“ผมมารอคนที่ขโมยหัวใจผมไปต่างหาก” คงไม่ต้องถามว่าใครเป็นคนขโมยหัวใจของคยูฮยอนไป เพราะคำตอบมันอยู่ในดวงตาดำขลับที่ทอประกายวิบวับยามจับจ้องมาที่ใบหน้าหวานนี้แล้ว
‘น้ำเน่า...’
“เอ่อ...แล้วหาเจอหรือยังครับ” ซองมินยกมือขึ้นลูบท้ายทอย แล้วแสร้งหลุบตามองแก้วน้ำในมืออย่างเขินอาย...
“หาคนขโมย หรือหาหัวใจครับ...” คยูฮยอนยิ้มกริ่ม สายตายังจับจ้องอยู่ที่ร่างบางไม่วางตา
‘เจ้าบ้านี่ท่าจะประสาท’
“หาหัวขโมยซิครับ...ถ้าหาเจอแล้วอย่าก็ลืมถามนะครับว่า...เอาหัวใจของคุณไปทิ้งถังขยะแล้วหรือยัง” ซองมินบอกอย่างหมั่นไส้...ไอ้คนติ๊งต๊อง...
“ฮ่าๆๆๆ...ใจร้ายจัง” คยูฮยอนต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก
“ผม โจ คยูฮยอนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก เอ่อคุณ....” คยูฮยอนทิ้งท้ายไว้ เพื่อให้ร่างบางบอกชื่อของตัวเองออกมา พร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า
‘ฮึ...หลอกให้ฉันบอกชื่อ นายนี่มันเจ้าเล่ห์ เพลย์บอย ครบสูตรจริงๆ’
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผม ลี ซองมิน...” ซองมินยื่นมือออกไปจับตามมารยาท ยอมทำเป็นอินโนเซ้นต์ตกหลุมพรางคยูฮยอน
“เอ๋!!....”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ลี ซองมิน ชื่อนี้นี่มัน...
“ทำไมหรือครับ...ชื่อผมไปเหมือนใครเหรอครับ” ซองมินแกล้งตีหน้าซื่อถามออกไป...หวังว่าจะไม่สงสัยนะ หรือถ้าสงสัยก็ไม่สน นายจะได้รู้จักคำว่าเจ็บปวดซะบ้าง
“ครับ...เปล่าครับ...ก็แค่ชื่อเหมือน แต่คุณน่ารักกว่าเยอะเลยครับ” ประโยคสุดท้ายนุ่มหวานไม่แพ้สายตาที่ทอดมอง
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับ คุณ ลี ซองมิน...” ปากอุ่นแตะลงที่หลังมือขาวเนียนอย่างแผ่วเบา
“โอ๊ะ!!..” ซองมินรีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่พอสบตากับสายตาหวานเชื่อมนั้นแล้ว ก็ได้แต่ก้มหน้าเขินอาย
“มาคนเดียวเหงาแย่เลย...งั้นเราออกไปเต้นกันเถอะครับ” คยูฮยอนถือโอกาสชวนเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี
“เอ่อ...” ซองมินทำหน้าลำบากใจ เตรียมจะหลอกแต๊ะอั๋งฉันล่ะสิ...
“มาเถอะครับ...นั่งเฉย ๆ เดี๋ยวตะคริวกินนะครับ” คราวนี้มือหนายื่นออกมาข้างหน้า พร้อมกับคำชวน...
“เอ่อ...ก็ได้ครับ” ซองมินยื่นมือออกไปจับแล้วเดินออกไปกลางฟลอร์ ร่างบางขยับเพียงนิดเพราะไม่คุ้นกับการเต้นกับคนแปลกหน้าหรือถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่า เต้นกับคนที่เกลียดแสนเกลียดจึงจะถูกต้อง
“ดูคุณไม่ค่อยสนุกเลย...ดื่มนี่หน่อยไหมครับ” คยูฮยอนส่งแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันให้...ซองมินมองอย่างลังเล...เจ้านี่จะเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่านะ...
“ปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์ครับ ด้วยเกียรติของทหารแห่งราชวงศ์วังซุก...” คยูฮยอนกล่าวติดตลก พร้อมยืดอกภูมิใจ
“ฮ่าๆ ” ซองมินยิ้มขำ และรับแก้วน้ำมาดื่มไปครึ่งแก้ว แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างประหลาด นอกจากเรียววุคแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่า เครื่องดื่มที่เขาดื่มเป็นประจำนั้น เป็นสูตรที่ทางร้านผสมให้เขาเป็นพิเศษ ไม่มีแอลกอฮอล์เจือปนแม้แต่น้อย ก็จะให้เขากินน้ำเปล่ามันก็เสียศักดิ์ศรีแย่สิ เลยต้องใช้เล่ห์กลนิดหน่อย แต่ที่เขาดื่มลงไปเมื่อสักครู่นี้น่ะสิ ของจริงนะครับ วิสกี้ของจริง
“เป็นไงครับ พร้อมจะออกไปแดนซ์กันหรือยัง” ไม่ต้องรอให้ชวนเป็นครั้งที่ 2 ร่างบางก็เดินไปยืนเด่นอยู่กลางฟลอร์เรียบร้อย แล้วก็เริ่มยักย้ายสะโพกไปมาอย่างยั่วยวน...ไม่ใช่ไม่เคยเต้น แต่ที่แล้ว ๆ มาน่ะ เต้นด้วยหัวใจอย่างเดียว แต่ในวินาทีนี้หัวใจมันผสมแอลกอฮอล์ด้วย เลยทำให้ท่าเต้นมันยั่วยวนเป็นพิเศษ แก้มใสที่แต่งแต้มด้วยสายตาอ้อน ๆ กับดวงตาหรี่ปรือยามมองคนข้าง ๆ ทำเอาคยูฮยอนแทบคลั่ง
“ยะฮู้ว!!...” สองแขนชูเหนือหัว ใบหน้าสวยส่ายไปมาเป็นจังหวะรับกับสะโพกที่ส่ายอย่างยั่วยวน...ถ้าเสียงเพลงไม่ดังสนั่นขนาดนี้ คงจะได้ยินเสียงกลืนน้ำลายกันบ้างล่ะ...จะมีก็แต่ร่างสูงที่เกิดนึกหวงร่างบางขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
ต้องทำให้พวกตาเฒ่าหัวงูพวกนั้นรู้เสียบ้างว่าของใครเป็นของใคร คยูฮยอนจึงขยับเข้าไปใกล้ร่างบางและเต้นตามในจังหวะเดียวกัน...
“ฮ่าๆๆ...ดีจัง นายนี่เต้นเก่งไม่เบาเลยนะ” ซองมินหันมายิ้มหวานประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ดวงตาคู่สวยนั้นหวานฉ่ำยั่วยวนยิ่งกว่าเดิม...
คยูฮยอนเห็นแล้วอยากจะจับมาจูบนัก แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจนึก...ถ้าเกิดใจร้อนวู่วามทำอะไรลงไปไก่จะตื่นเสียหมด...มันต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน...หึหึ
“แต่ก็สู้คุณไม่ได้หรอกครับ...ดูสิ โต๊ะนั้นมองคุณตาเป็นมันเชียว” คยูฮยอนพยักพเยิดไปทางโต๊ะของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มองมาที่พวกเขาทั้งคู่...
“ทำไม...หึงเหรอ” ซองมินเหล่ตามองอย่างท้าทาย...ดวงตาคู่นั้นทอประกายวับวาว ยามมองมาที่ร่างสูง ทำเอาคยูฮยอนยิ่งหลงเสน่ห์ร่างบางเข้าไปอีก
“ถ้าผมบอกว่าหึงล่ะ...” คยูฮยอนจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยนั้น...สิ่งที่เขารู้สึกคือความจริง เขาชอบคน ๆ นี้ตั้งแต่แรกเห็น...แล้วยิ่งตอนนี้เขายิ่งหลงเสน่ห์ร่างบางตรงหน้านี้อย่างเต็มเปา...
“ฮ่าๆๆ...” ซองมินหัวเราะอย่างพอใจ นายนี่หลอกล่อง่ายกว่าที่คิดไว้อีกแหะ แล้วร่างบางก็เดินกลับมาที่โต๊ะด้วยอาการมึน ๆ
“ท่าทางคุณจะไม่ไหวแล้วนะครับ” คยูฮยอนรีบเข้าไปประคองร่างบาง
“สงสัยวันนี้ฉันจะดื่มมากไป” ซองมินบอกเสียงเบา...แล้วทรุดตัวลงบนโซฟาตัวโตอย่างหมดแรง ทำให้คนที่ประคองอยู่พลอยล้มตามลงมาด้วย...
“ผมว่าคุณกลับบ้านดีกว่านะครับ” คยูฮยอนบอกด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าเสียด้วยสิ...กลับบ้านดีกว่า” ซองมินลุกขึ้นยืน แต่ก็เซจนเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคยูฮยอนอีกจนได้...
“ผมไปส่งคุณที่บ้านดีกว่า...ปล่อยให้กลับเองคงไม่ไหว” คยูฮยอนประคองร่างบางไปที่รถของตัวเอง...โดยมีสายตาคู่หนึ่งแอบมองอยู่ไม่ห่าง...
“ซองมิน...บ้านคุณอยู่ไหนครับ” คยูฮยอนก้มลงไปถามร่างบางที่นอนสะลึมสะลืออยู่ที่เบาะด้านข้าง
“อยู่ที่...” ซองมินบอกที่อยู่บ้านตัวเองแล้วก็นิ่งเงียบไปทันที
“หลับแล้วเหรอ...เด็กน้อย”คยูฮยอนกระซิบเบาๆ...และเฝ้าพินิจใบหน้าขาวใสนั้นอย่างหลงใหล...แก้มตูมๆนั้นมันน่าสัมผัสด้วยปลายจมูกยิ่งนัก...ไม่รู้ว่ามันจะหอมสักแค่ไหน...อ่ะนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จมูกโด่งจึงค่อยๆก้มลงไปสัมผัสอย่างนุ่มนวล...
“อะ...อือ” ร่างบางร้องประท้วงอย่างรำคาญที่มีคนมาก่อกวนยามนิทรา
“โอเค...ไม่กวนแล้วก็ได้...” คยูฮยอนยิ้มขำ...คยูฮยอนถอดเสื้อเเจ็คเก็ตออกมาห่มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน...
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนด้วยความเร็วปกติ...ผิดกับวิสัยของตัวเองที่ชอบความเร็วยิ่งนัก...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะคนข้างๆนี่แหละ...อยากอยู่ด้วยนานๆ หลังจากให้เขารอเก้อมาเป็นเดือนๆ
แต่!!...จะให้เขาขับรถทั้งคืนคงไม่ได้...ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง บ้านหลังใหญ่เปิดไฟสลัวๆ ...คยูฮยอนมองอย่างตะลึง บ้านรวยใช่ย่อยนะเนี่ย...ที่แท้ก็ลูกคุณหนูนี่เอง....
“ซองมินครับ..” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู
“อืม...” ร่างบางขยี้หูขยี้ตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย “ถึงแล้วหรือครับ”
“ครับ...ถึงปราสาทของเจ้าชายน้อยแล้ว” คยูฮยอนยิ้มกรุ้มกริ่ม มองร่างบางตาเยิ้ม...
“อืม...งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะ...ขอบใจนะ” ซองมินเปิดประตูลงจากรถไปทันที ดีนะที่วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด...เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเมาแอ๋กลับบ้าน...มีหวังโดนหักค่าขนมทั้งปีแน่...
“เดี๋ยวสิครับ” คยูฮยอนรีบก้าวตามลงมาอย่างรวดเร็ว
“หืม...มีอะไรเหรอ” ซองมินเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
“เอ่อ...คือ เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหมครับ” คยูฮยอนยิ้มเก้อๆ พูดแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองที่ถามคำถามโง่ ๆ ออกไป
“ครับ” ซองมินพยักหน้ารับอย่างไม่เข้าใจ...หมอนี่อายเป็นด้วยแหะ...
“งั้น...ก็คงไม่แปลกถ้าเพื่อนจะมีเบอร์มือถือของเพื่อน” คยูฮยอนยิ้มน้อย ๆ หนอย...ฉลาดพูดนักนะ ไอ้คนกะล่อน...
“ครับ...ไม่แปลก แต่มันติดอยู่ที่ว่า..ฉันจำเบอร์มือถือตัวเองไม่ได้” ซองมิน ตอบเสียงเรียบ...ร่างสูงหน้าสลดลงทันตาเห็น
“นายก็จดเบอร์โทรนายมาสิ มือถือฉันแบตหมดน่ะ” ซองมินบอกพลางส่งสายตาหวานเชื่อม ให้ความหวังกับคนตัวโตที่ตอนนี้ยิ้มกว้าง และรีบจดเบอร์โทรศัพท์ให้ทันที...
“นี่ครับ” ซองมินยื่นมือออกไปรับพร้อมกับยิ้มหวานให้อีกครั้ง...แม้ว่าเราจะต้องสู้กันอีกหลายยก...แต่สำหรับยกแรกก็ถือว่าไปได้สวยแล้ว...หึหึ
“อ๊ะ...” แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือบางก็ถูกกระชากอย่างเร็วและแรงพอที่จะทำให้ร่างบางนั้นตกไปอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตได้อย่างง่ายดาย...
“คะ..คยูฮยอน” ซองมินเรียกเสียงแผ่วเบา...แย่แล้วตู...ก็สายตาที่ร่างสูงมองเขาอยู่นั้นมันบอกว่า...
“อือ...” แล้วปากบางก็ถูกครอบครองอย่างถือวิสาสะจากคนตัวโตกว่า...ลิ้นอุ่นนุ่มไล้เลียไปตามกลีบปากบาง และพยายามเปิดกลีบปากเพื่อเข้าไปลิ้มลองความหอมหวาน แต่ด้วยความที่ด้อยประสบการณ์ ทำให้ร่างบางเผลอแย้มกลีบปากออกเพื่อหายใจ ร่างสูงจึงฉวยโอกาสส่งลิ้นเข้าไป เพื่อควานหาความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ข้างใน...
“อือ...” มือเล็กพยายามดันอกกว้างให้ออกห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล...แถมยังถูกรวบเอวเข้าไปอย่างง่ายดาย ถ้าเป็นยามปกติสะบัดนิดเดียวก็คงหลุด...แต่เวลานี้นี่สิ...ลิ้นอุ่นๆนั้นยังคงซอกซอนหยอกเย้ากับลิ้นเล็กในโพรงปาก...ด้วยความไม่ประสานั้นทำให้ร่างสูงได้ใจ...ขบเม้มปากบางนั้นอย่างมันเขี้ยว...
“อืม...”ซองมินครางออกมาเมื่อถูกฟันคมขบเม้มลงมาที่ปากเบาๆ
“ซองมิน...” คยูฮยอนกระซิบเรียกชื่อร่างบาง
“อือ..” ร่างเล็กขานรับเบาๆ เพราะถูกกัดลงที่ริมฝีปากอีกแล้ว...
“คุณน่ารักมากเลยรู้ไหม...” คยูฮยอนบอกเสียงเบา ดึงร่างบางเข้ามาชิดแล้วกอดอย่างแนบแน่น...ซองมินซุกหน้าลงกับอกกว้าง...หัวใจเต้นตูมตามกับสัมผัสเมื่อครู่
“ผม..ถ้าผมอยู่ใกล้ๆคุณอย่างนี้ทุกวันผมต้องห้ามใจตัวเองไว้ไม่ไหวแน่ ๆ” คยูฮยอนกดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยน
‘อะไรของนายปกติก็ฟันดะฉะแล้วทิ้งไม่ใช่เหรอ...หรือว่าจะมาแกล้งทำเป็นสุภาพบุรุษให้ฉันตายใจ’
“เฮ้อ!!! ” คยูฮยอนถอนหายใจยาวกอดร่างบางเอาไว้หลวมๆ ผิดกับคราวแรก
“ซองมิน...ผม...” คยูฮยอนจับมือของซองมินมากุมไว้...ดวงตาคมจับจ้องลงไปในดวงตาใสซื่อของคนตัวเล็ก
ใบหน้าหล่อคมโน้มเข้ามาใกล้อีกครั้ง...ปากนุ่มกดประทับลงบนกลีบปากอิ่ม
“ผมไม่เคยต้องการใครเท่าคุณมาก่อนเลย” เป็นคำสารภาพด้วยเสียงที่แหบพล่า...อะไรบางอย่างในแววตาของร่างสูง ยืนยันคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี...
“ผม.” คยูฮยอนดันร่างบางให้ล้มลงบนหน้ารถสปอร์ตคันหรู แล้วทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว...
แย่แล้วสิเรา...นี่มันหน้าบ้านฉันเลยนะ...ไอ้คนบ้ากาม
“ซองมิน...” คยูฮยอนเรียกเสียงหวาน
“ครับ...”ซองมินก็ขานรับด้วยเสียงหวานไม่แพ้กัน ทั้งๆ ที่ในใจเริ่มหวั่นๆฉันคงไม่เสียท่านายตั้งแต่วันแรกหรอกมั้ง...
มือหนาลูบไล้ไปที่เอวของร่างบางช้าๆ ดวงตาคู่นั้นหวานเชื่อมชวนลุ่มหลง ริมฝีปากกำลังจะแนบลงมาอีกครั้ง ซองมินหลับตาพริ้ม...นึกถึงจูบแรกที่ถูกขโมยโดยคน ๆ เดียวกัน แต่ครั้งนี้มันอุ่น มันหวิวในอก....มันชอบอ่ะ
“โฮ่ง ๆ ๆ ” สุนัขตัวโตเห่าเสียงใหญ่ ทำให้คนทั้งคู่รีบผละออกจากกัน
“กิมจิ!!...” ซองมินถือโอกาสผลักร่างสูงออกแล้วเดินเข้าไปหาเจ้าสุนัขตัวโตทันที...
คยูฮยอนมองดูเจ้านายกับสุนัขเขาทักทายกันด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ
“โฮ่ง โฮ่ง...”
“จุ๊ จุ๊...อย่าไปดุเขาสิ เขามาส่งฉันนะ” ซองมินบอกกับเจ้าสุนัขตัวโตด้วยเสียงอันนุ่มนวล คยูฮยอนมองดูภาพนั้นด้วยความขบขัน...คนกับสุนัขกำลังคุยกันอย่างเมามันส์ทีเดียว...
“เอ่อ...คยูฮยอน...นี่...กิมจิ น้องชายฉันเอง” ซองมินแนะนำราวกับเป็นเพื่อนสนิทกัน
“กิมจิ...ชื่อน่ากินจัง” คยูฮยอนลูบหัวเจ้าตัวโตเบา ๆ
“นี่ก็ดึกมากแล้ว...นายกลับบ้านไปเถอะ” ซองมินหาทางไล่อย่างสุภาพ ด้วยรอยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์
“คร๊าบ...” คยูฮยอนมองร่างบางด้วยความเสียดาย
“ไปสิ” ซองมินบอกเสียงดุ เมื่ออีกคนยังทำอ้อยอิ่ง อิดออดไม่ยอมกลับไปเสียที...
“ก็...เอ่อ...” คยูฮยอนทำหน้าหมดหวัง...อยากได้จูบราตรีสวัสดิ์สักฟอด
“งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะ..” ซองมินทำเป็นไม่สนใจแล้วหันไปชวนสุนัขคู่ใจเข้าบ้าน...
“เฮ้อ!!...ราตรีสวัสดิ์ครับ...” พอเห็นท่าว่าจะหมดหวังจริงๆ ร่างสูงจึงจำยอมเอ่ยคำอำลา...ร่างบางหันมาส่งยิ้มหวาน...
“ราตรีสวัสดิ์” ร่างบางกดจมูกลงบนแก้มขาวของคนตัวโตเบาๆ
“ไป...กิมจิ เข้าบ้าน” ร่างเล็กเดินเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อกลบความเขินอายนั่นแหละ...ซึ่งผิดกับอีกคนที่ยืนยิ้มแก้มปริอยู่...ก่อนที่จะขับรถออกไปอย่างงงๆ มือหนึ่งจับพวงมาลัย มือหนึ่งลูบแก้มตัวเอง...ซองมินเช้าวันต่อมา....
ร่างบางแต่งตัวไปโรงเรียนด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง อิอิ...มีเรื่องเล่าให้เรียววุคฟังเยอะแยะเลย...ว่าแต่ เจ้าเพื่อนตัวแสบหายไปไหนน๊า...โทรไปก็ปิดมือถือ
โทรศัพท์ๆๆๆ....ปากสวยยิ้มกว้าง ดวงตาราวหนูแฮมสเตอร์ทอประกายวิบวับขึ้นมา...เมื่อนึกถึงมือถือคู่ใจ....
เอ๊...อยู่ไหนน๊า...มือเล็กควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าอยู่นาน...แล้วก็เจอในที่สุด
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ....โทรศัพท์รุ่นล่าสุดถูกกดโทรออกตามตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนกระดาษที่ยับย่น...ร่างบางแนบโทรศัพท์ไว้กับหู ขณะลงมาทานอาหารเช้าง่ายๆสำหรับตัวเอง...
“มีอะไร...คนกำลังนอน” เสียงปลายสายบ่งบอกได้เลยว่าหงุดหงิด ซองมิน ตกใจเล็กน้อย...ไม่คิดว่าจะทำให้ร่างสูงอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า...
“เอ่อ...ขอโทษครับที่รบกวน” ซองมินบอกเสียงเบา...สำนึกผิดที่โทรมารบกวน...
เสียงใคร ทำไมหวานนัก ขอโทษด้วย...ไม่ใช่คิบอม ไม่ใช่ยองอุน ฮันคยองยิ่งไม่มีทาง เยซอง...เจ้านั้นต้องนอนยังไม่ตื่นเหมือนกัน มิกกี้...ไม่ใช่อะ แล้วเสียงใคร เอ๊ะ!!
“ซองมิน!?!” ร่างสูงกระเด้งขึ้นมาจากที่นอนอย่างรวดเร็ว ไอ้ที่ง่วงๆ อยู่เมื่อครู่หายสนิท...
“ฉันแค่จะโทรมาอรุณสวัสดิ์” ซองมินบอกเสียงงอนๆ
“ขอโทษครับ...ผมไม่รู้ว่าเป็นคุณ” คยูฮยอนรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“ฉันต่างหาก ที่ต้องขอโทษ...ไม่รู้จักเวล่ำเวลาโทรมาแต่เช้า” ซองมินยังทำเสียงสะบัดๆ งอนไม่เลิก...เจ้าบ้ากี่โมงกี่ยามแล้วยังนอนอุตุอยู่ได้ คาบแรกไม่เรียนเหรอไง
“ โธ่...คนดี อย่างอนเลย...ผมขอโทษ” คยูฮยอนง้องอนเสียงอ้อน ซองมินทำเป็นเงียบไม่ตอบ ทั้งๆ ที่ปากกำลังคลี่ยิ้ม...อิอิ...แผนการหว่านเสน่ห์
“เย็นนี้ว่างไหมครับ...ผมไปรับนะ” คยูฮยอนถามเสียงนุ่ม...แต่ซองมินนี่สิแทบจะสำลักนมออกมา...มารับ...มารับก็ความแตกอ่ะดิ...อยู่โรงเรียนเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวันขนาดนั้น...
“อึม....ฉันไม่ว่างอะ แต่ดูก่อนว่าเลื่อนได้หรือเปล่านะครับ” แล้วร่างบางก็หาทางเลี่ยงได้สำเร็จ โดยไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ให้ร่างสูงร้อนรนเล่น...
“ฉันไปเรียนแล้ว...แค่นี้นะ...บ๊ายบาย” แล้วซองมินก็ชิ่งหนีเอาเสียดื้อๆ
“ตอนกลางวันผมจะโทรไปหานะครับ” ไม่มีคำตอบรับจากร่างบาง...การสนทนาถูกตัดไปแต่ร่างสูงยังคงยิ้มค้างอยู่กับโทรศัพท์
“อรุณสวัสดิ์” คยูฮยอนทวนคำนี้เบาๆ แล้วทิ้งตัวกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอน
อ๊ะ!!...งั้นเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก็...
“โอ้...เย!!” ร่างสูงกดเมมเบอร์นั้นไว้ทันที พร้อมตั้งเสียงเรียกเข้าพิเศษเอาไว้อีกตั้งหาก...
ซองมิน...ซองมิน...ซองมิน
น่ารัก
น่ากอด
ตัวก็ห๊อม หอม นุ๊มมมม นุ่ม
ปากก็หว๊านนนน หวาน....
วินาทีนั้น คยูฮยอนกลับนึกถึงใครคนหนึ่ง ซึ่งเขาเผลอจูบไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ลี ซองมินที่แสนเฉิ่มเชย ............................................................................“เฮ้!!...เรียววุคๆ” ซองมินวิ่งฝ่าฝูงคนเข้าไปหาร่างบางที่เดินอยู่ข้างหน้า
“อ้าว...ซองมิน” เรียววุคร้องทักด้วยความแปลกใจ...พลางมองเลยเพื่อนรักไปด้านหลัง...ทำให้ซองมินต้องหันไปมองตาม
“มองหาอะไรเหรอ”
“ปะ...เปล่า” เรียววุคปฏิเสธพร้อมกับกอดคอเพื่อนรักไว้หลวมๆ
“แล้วเป็นไงบ้าง...แผนแรก โอ.เค. ไหม”
“ได้ผลเกินคาด...” ซองมินตอบด้วยรอยยิ้มร่าเริง...
“เจ้านั้นหลงเสน่ห์ฉันเข้าให้เต็มๆ” ซองมินบอกอย่างภูมิใจ...โดยไม่รู้ว่าทุกอากัปกิริยาเมื่อคืนอยู่ในสายตาเพื่อนรักตลอด
“หวังว่านายคงไม่ได้หลงเสน่ห์หมอนั่นด้วยหรอกนะ”
“บ้าแล้ว...ไม่มีทาง คนเจ้าชู้ นิสัยแย่แบบนั้น ฉันไม่สนใจหรอก..” ซองมิน บอกเสียงดัง...แต่พอหันไปเจอสายตาของเรียววุคก็ต้องรีบหลบทันที...ฉันไม่มีทางหลงเสน่ห์หรอกน่า
“ไปเหอะ...จะได้เวลาเรียนแล้ว” ซองมินกระทุ้งศอกไปที่ท้องของเพื่อนรักแรงๆ แล้วรีบวิ่งหนีไป
“โอ้ย...เจ้าซองมิน นายกล้าทำฉันเหรอ...ระวังตัวให้ดีเถอะ” เรียววุคตะโกนเสียงดัง และวิ่งตามเพื่อนตัวเล็กไป...พักกลางวัน....
ซองมิน เรียววุค จุนซูและดงเฮ จับกลุ่มกินข้าวกันอย่างร่าเริง...โดยมีหัวข้อสนทนาเป็นสมาชิกของแก๊งค์กุหลาบดำ...
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...นายนี่เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะซองมิน” ดงเฮกล่าวชมเมื่อซองมินเล่าถึงตอนที่คยูฮยอนเข้ามาเต้นคู่กับเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ...
“แล้วเจ้านั่นทำอะไรนายบ้างหรือเปล่า” จุนซูถามด้วยแววตาแพรวพราว อยากรู้อยากเห็น...
“ทำอะไร?” ซองมินทำหน้างง...จะให้ทำอะไรอีกล่ะ
“ก็...นอกจากกอดน่ะ...มีจูบ ลูบ คลำ แล้วก็....”
“หยุดๆๆ...มะไม่มีหรอก” ซองมินรีบปฏิเสธก่อนที่เพื่อนจะพูดอะไรออกมามากกว่านี้...ก็ ที่พูดมาทั้งหมด เขาโดนครบเลย...ยกเว้นไอ้ที่ยังไม่ได้พูดออกมานั่นแหละ...
“อะไรกัน...ไม่มีแล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย” เรียววุคใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปที่แก้มของเพื่อนรักที่ถูกเมคอัพเอาไว้ให้กระดำกระด่างไม่เนียนใสอย่างปกติ...
“บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ” ซองมินยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง...ลองได้บอกออกไป โดนล้อตายเลย...แล้วอีกอย่างถ้ารู้ว่าเราเผลอคล้อยตามไปด้วยล่ะก็...ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ๆ...
“แหนะ...” จุนซูเหล่ตามองอย่างไม่เชื่อ...
Tru Tru Tru.....
เสียงเครื่องมือสื่อสารของใครบางคนดังขึ้น...ซองมินรีบหยิบขึ้นมาดู ชื่อที่โชว์อยู่นั้นทำให้ร่างบางอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเสีย...แต่คิดอีกที ก็ดีเหมือนกัน...จะได้เริ่มแผน2สักที...
“คยูฮยอนโทรมา” ซองมินบอกกับเพื่อนๆทุกคน...
“ก็รับสิ.” จุนซูบอก ซองมินพยักหน้ารับและหันไปมองรอบๆ ตัว เผื่อเจ้าของชื่อนั้นจะนั่งอยู่ใกล้ๆ พอเห็นว่าปลอดภัยจึงรีบกดรับทันที...
“หวัดดีครับ...” ซองมินตอบรับเสียงหวาน...เพื่อนๆ ทั้ง 3 เงี่ยหูฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น...
“คิดถึงจัง” แหวะ...ทั้ง 3 คนที่ได้ยินทำท่าแหวะออกมาพร้อมกัน ซองมิน รีบยกมือขึ้นมาทำท่าจุ๊ปากก่อนที่จะเสียเรื่อง...
“อะไรครับ...เมื่อเช้าก็เพิ่งจะคุยกัน” ซองมินตอบกลับเสียงหวาน...เพื่อนรักทั้ง 3 คนหัวเราะคิกคัก เพราะหน้าตาของซองมินไม่ได้ยินดีอย่างที่พูดสักนิด...
“ก็ผมอยากเห็นหน้าคุณนิครับ” คยูฮยอนบอกเสียงอ้อน...
“เอ่อ...” ซองมินหันไปถามความเห็นเพื่อน...ซึ่งทุกคนพยักหน้าสนับสนุนให้เริ่มแผนที่ 2
“อยากเห็นหน้าก็มาหาสิครับ...”
“จริง ๆ เหรอครับ ผมไปหาได้จริง ๆ นะ” คยูฮยอนถามอย่างดีใจ
“อึม ก็มาสิเย็นนี้ไง” ซองมินตอบรับขำๆ...หมอนี่ถ้าจะบ้า...แค่นี้ต้องทำเสียงดีใจเหมือนถูกล็อตเตอรี่ไปได้...
“งั้นเย็นนี้ผมไปรับที่โรงเรียนนะครับ”
“ห๋า!!...ที่โรงเรียน” ไม่ใช่แค่ซองมินที่อุทานด้วยความตกใจ..เพื่อนทั้ง 3คนก็อุทานออกมาเช่นกัน
“ครับ...มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“อะ อ๋อ..เปล่าครับ...คือว่าวันนี้ฉันต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาน่ะ เจอกันที่อื่นดีกว่า”
“เอางั้นหรือครับ” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเสียดายอย่างยิ่ง
“ครับ...จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางด้วยไงครับ” ซองมินให้เหตุผล...
“งั้นสัก 5 โมงเย็นเจอกันที่ร้าน xxxนะครับ” ซองมินบอกชื่อร้านๆ หนึ่งที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะเขาไม่ต้องการให้มีคนรู้สักเท่าไหร่
“โอ.เค...ได้ครับ...แล้วเจอกันครับ” คยูฮยอนตอบรับเสียงนุ่ม
“ครับ...บ๊ายบาย” ซองมินยิ้มแป้น ไม่ใช่เพราะคยูฮยอน แต่เพราะเกลี่ยกล่อมคนกะล่อนนั่นสำเร็จต่างหากล่ะ...
“คิดถึงนะครับ” แถมทิ้งท้ายด้วยคำพูดหวานๆ...ก่อนที่อารมณ์สุนทรีนั้นจะสะดุดลงเพราะ กลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร โดยเฉพาะคนตัวสูงบางที่กำลังยิ้มแป้น มองโทรศัพท์อย่างกับคนเสียสติ
“ดูสายตาหมอนั่นสิ” เรียววุคสะกิดให้ซองมินดู แต่ร่างบางกลับไม่หันไปมองสักนิด...
“ฉันอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆจริงๆเลย” จุนซูบอกอย่างเคียดแค้นพาลค้อนไปทางร่างสูงที่เดินตามเข้ามาอีกคน...
“อีกไม่นานเกินรอ...” ซองมินบอกเสียงเข้ม...มือเล็กกำแน่น เมื่อนึกถึงการกระทำของคยูฮอนที่ทำกับตัวเอง ในยามที่เป็นลี ซองมินที่แสนน่ารักกับ ลี ซองมินที่สุดแสนจะเชย มันช่างต่างกันสุดขั้วเลย
“ไปกันเถอะ..อยู่นานแล้วหายใจไม่ออก” ดงเฮบอกแล้วเดินนำออกไปคนแรก
หลังเลิกเรียน
“ซองมิน...ใกล้เวลานัดแล้วยังไม่ไปอีกเหรอ” เรียววุคถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเพื่อนรักยังนั่งเล่นโกะอย่างสบายอารมณ์
“ยัง...สัก5โมงกว่า ๆ ค่อยไป” ซองมินบอกหน้าตาเฉย ซึ่งเรียววุคก็เข้าใจความหมายดี มันคือบททดสอบความอดทนของผู้ชายจอมกะล่อนและแสนจะเย่อหยิ่งอย่าง โจ คยูฮยอน...
จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 5 โมงแล้วนั่นแหละซองมินถึงได้ออกจากชมรมโกะไป
ณ ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใจกลางกรุงโซล...
“ขอโทษครับที่มาช้า...” ร่างบางบอกเสียงหอบ แก้มขาวแดงระเรื่อยืนยันได้ดีว่าคงจะวิ่งมามากกว่าเดิน...
“เหนื่อยไหมครับ.ดื่มอะไรดี” คยูฮยอนรีบกุลีกุจอเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง พอซองมิน บอกว่าจะกินอะไรก็เดินออกไปซื้อให้โดยไม่บ่นสักคำ ทั้งๆที่เขามาเลทไปถึง 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ
“อยากรู้นักว่านายจะทนได้สักกี่น้ำ” ซองมินมองตามร่างสูงไปอย่างเหยียดหยาม แต่แวบหนึ่งดวงตาคู่นั้นกลับไหววูบ...หากว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของนายล่ะ...
“นี่ครับ” คยูฮยอนส่งเครื่องดื่มเย็นชื่นใจให้ร่างเล็กที่นั่งท้าวคางมองไปรอบ ๆ ตัว
“ขอบคุณ” ซองมินยิ้มหวาน...ทำเอาคยูฮยอนแทบละลาย...
“แล้วของนายล่ะ” ซองมินถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นแม้แต่แก้วที่ดื่มหมดแล้วสักใบทั้ง ๆ ที่คยูฮยอนน่าจะสั่งมาสักแก้วระหว่างที่นั่งรอตน...
“ไม่ล่ะครับ...แค่เห็นคุณดื่มผมก็ชื่นใจแล้ว” ไม่ใช่เพียงคำพูดหวานเลี่ยนเท่านั้นแต่รวมไปถึงดวงตาคมที่มันแพรวพราว จนซองมินต้องรีบก้มหน้าก้มตาดูดน้ำในแก้วอย่างรวดเร็ว...
“แคร๊ก แคร๊ก...” เป็นผลให้สำลักน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ซองมิน...ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ” คยูฮยอนลูบหลังขึ้นลงช้า ๆ ซองมินทำตามจนอาการเริ่มดีขึ้น...ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาช่วยเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอ่อนโยน...พลางนึกขำกับท่าทางราวกับเด็กเล็กๆนั่น
“หัวเราะอะไร” คนตัวเล็กถามอย่างงอน ๆ เมื่อเห็นแววตากรุ้มกริ่มพร้อมรอยยิ้มที่ร่างสูงพยายามอมเอาไว้...
“เปล่าเสียหน่อย” คยูฮยอนปฏิเสธขณะค่อยๆไล้ผ้าเช็ดหน้าไปตามแก้มนวลเบา ๆ
“ไม่ต้องแล้ว...” ซองมินขยับหนีพลางขว้างค้อนให้วงใหญ่
“โอ๋...โอ๋...ผมขอโทษ...ก็แค่ขำเด็กบางคนที่สำลักน้ำ”
“ฉันไม่ใช่เด็ก” ซองมินแหวออกมา...คยูฮยอนหุบยิ้มทันที หากแต่ดวงตากลับแพรวพราว...นี่อะนะไม่เด็ก
“ซองมินอยากไปไหนต่อครับ” คยูฮยอนเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่ร่างเล็กจะงอนไปมากกว่านี้...
“กลับบ้าน...” ซองมินบอกหน้าตาเฉย...กลับบ้านทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะมาถึงแถมทิ้งให้นั่งรอเป็นชั่วโมง ๆ อีกต่างหาก
“ห๋า...” คยูฮยอนถามเสียงหลง
“ไม่มีอารมณ์” ซองมินตอบอย่างไม่ยี่หระและลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป โดยทิ้งให้คยูฮยอนมองตามอย่างงง ๆ
“ผมไปส่งนะ...” ร่างสูงวิ่งตามมาจนทัน ซองมินหันมามองอย่างไม่แน่ใจ...และต้องการหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดจากความไม่จริงใจ...
“นี่มันก็เย็นแล้ว...อีกอย่าง...ผมอยากเจอเจ้ากิมจิน่ะ” คยูฮยอนบอกด้วยรอยยิ้ม ไม่มีแววตาขุ่นมัวหรือโกรธที่เขาจะกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย...แถมยังดูกระตือรือร้นใช้กิมจิซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงมาเป็นข้ออ้างอีกต่างหาก
ชิ...อยากจะรู้นักว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ
ซองมินไม่ตอบอะไร...เพียงแค่เดินตามไปเงียบ ๆ โดยที่คยูฮยอนไม่มีทางรู้เลยว่าภายใต้ความเงียบนั้น...สมองน้อย ๆกำลังหาวิธีแก้เผ็ดตัวเองอยู่...
วันนี้กลับบ้านก่อนแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ร่างเล็กก้าวลงจากรถโดยไม่พูดอะไรสักคำ...
“ซองมิน...” ร่างสูงก้าวมาหยุดยืนข้างร่างเล็กที่กำลังเปิดประตู
“หืม”
“พรุ่งนี้เช้าผมมารับไปโรงเรียนนะครับ” คยูฮยอนส่งยิ้มหวานนำทางหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดี
“มะ...ไม่ได้!!...” ซองมินปฏิเสธเสียงดัง...มารับไปโรงเรียนก็ความแตกอะดิ...ไม่ได้เด็ดขาด
“ทำไมล่ะครับ” คยูฮยอนถามเสียงอ่อย รอยยิ้มเมื่อครู่กลายเป็นรอยยิ้มฝืดๆที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“อะ...เอ่อ” ซองมินหันซ้ายหันขวาจะแก้ตัวอย่างไรดี...พอดีกับที่หันไปเจอรถของพ่อจอดอยู่...แสดงว่ากลับมาแล้ว “พรุ่งนี้คุณพ่อจะไปส่งน่ะ...นัดกันไว้แล้ว ใช่ๆๆๆนัดกับคุณพ่อไว้แล้ว เอ่อ...ฉันเข้าบ้านก่อนนะ บ๊ายบาย” แล้วร่างเล็กก็วิ่งเข้าบ้านไป...ไม่ปล่อยให้คยูฮยอนล่ำลาอย่างที่ตั้งใจ ว่าจะขอค่ารถเป็นหอมแก้มสักฟอดเสียหน่อย...เฮ้อ!!
“เฮ้อ” ร่างสูงเดินกลับมาที่รถอย่างช้าๆ...ความหวังที่จะได้กอดได้หอมได้...พังทลายต่อหน้าต่อตา...
ซองมิน...ฟู่!!...
คยูฮยอนถอนหายใจยาว...มองไฟในบ้านที่เปิดสว่างขึ้นที่ชั้น2...ซึ่งพอจะเดาได้ว่าคงเป็นห้องของคนที่เพิ่งจะหนีเขาไปเมื่อครู่...
Tru Tru Tru......
เสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กรุ่นล่าสุดดังขึ้นปลุกให้ร่างสูงตื่นจากภวังค์
“ฮัลโหล”
“คยูฮยอน...ไปเที่ยวกัน” จะเป็นเสียงใครไปไม่ได้นอกจาก ยองอุน หรือคังอินเพื่อนร่วมแก๊งค์นั่นเอง
“ไม่อ่ะ...ขี้เกียจ” คยูฮยอนตอบเสียงเนือยๆ
“อะไรว่ะ...ขี้เกียจ คนอย่างนายเนี่ยนะขี้เกียจไปเที่ยว”
“อืม...คนอย่างฉันเนี่ยแหละ”
“ผู้หญิงนะโว้ย...ขาว ๆ อวบ ๆ สวย ๆเ ซ็กซี่ ๆ เชียวนะ...ไม่ไปหรอว่ะ” คังอินยังคงไม่ละความพยายามที่จะโน้มน้าวให้อีกฝ่ายไปด้วยให้ได้
“อืม...ไม่ไป” คยูฮยอนยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง...ดวงตายังคงจ้องมองไปที่ห้องนอนของร่างเล็กไม่วางตา...ฉันอยากไปหาคนที่อยู่ในห้องนั้นมากกว่าโว้ย
“เออ...ไม่ไปก็ไม่ไป...แล้วอย่าหาว่าไม่ชวนล่ะ” คังอินบอกอย่างอารมณ์เสียที่ขาดคู่หูจีบสาว...”แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนเนี่ย”
“บ้านหวานใจฉัน..”
“เฮ้ย!! ก้าวหน้านี่หว่า ไปบงไปบ้าน เป็นไง...น้ำบ้านนั้นหวานไหมว่ะ” คังอินถามเสียงทะเล้นปนทะลึ่ง
“หวานบ้าอะไร อย่าลามปาม...ได้อยู่แค่หน้าบ้านอ่ะดิไม่ว่า” น้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ว่ากำลังเซ็งสุดชีวิต
“เฮ้ย!!...อะไรคนอย่างนายยอมอยู่แค่หน้าประตูบ้านเหรอว่ะเนี่ย”
“เออ...คนอย่างฉันเนี่ยแหละ!! มีอะไรอีกไหม แค่นี้นะ..เสียเวลา” คยูฮยอนรีบตัดบท ก่อนที่คังอินจะหาเรื่องกระแนะกระแหนเขาไปมากกว่านี้...ทำไมคนอย่างเขามันเป็นไง...ทำไมเจ้าเพื่อนตัวดีมันถึงได้แปลกใจนัก
ก็แค่ไม่อยากไปเที่ยวผับ...อยากเฝ้าอยู่แค่หน้าบ้านอย่างนี้มากกว่า...
ก็แค่ยอมทุกอย่างที่ซองมินต้องการ ไม่ให้มารับไปโรงเรียนก็ยอม ไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่เข้า...ให้รอก็รอ...ไม่ดื้อดันดื้อดึงเหมือนเคย...ฉันแปลกตรงไหนฟร่ะ...
Tru Tru Tru...
ร่างเล็กที่กำลังนอนกลิ้งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงหันไปมองโทรศัพท์มือถือสีชมพูด้วยความสงสัย 4 ทุ่มกว่าแล้วใครกันนะที่โทรมาไม่โชว์เบอร์เสียด้วย จะทำเป็นเฉยเจ้าตัวจิ๋วก็ยังส่งเสียงไม่หยุด จึงจำใจรับอย่างรำคาญ
“ฮัลโหล...”
“นอนหรือยังครับ”
“คยูฮยอน?”
“ครับ...กวนหรือเปล่า...” เสียงนุ่มที่ถามออกมาทำให้ซองมินลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อารมณ์หงุดหงิดหายไปกลายเป็นความสงสัยมากกว่า...โทรมาทำไมกัน...
“นิดหน่อย...มีอะไรเหรอ”
“ขอโทษครับที่รบกวน เอ่อ...ออกมายืนที่หน้าต่างหน่อยได้ไหมครับ”
ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่น...จะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย...แต่ก็ยอมทำตามคำขอ ด้วยเหตุผลที่บอกกับตัวเองว่า...อยากดูความกะล่อนของหมอนี่นัก...
พอผ้าม่านสีชมพูอ่อนถูกแง้มออก ประกายไฟระยิบระยับก็ส่องกระทบตาพอเพ่งมองดีๆก็เห็นใบหน้าหล่อคมยืนยิ้มหวานโบกดอกไม้ไฟในมือไปมา...
“Good night ครับ” เสียงทุ้มกรอกมาตามสัญญาณไร้สาย”อย่าลืมฝันถึงผมนะครับ ที่รัก”
ทั้ง ๆ ที่ระยะห่างระหว่างห้องนอนกับคนตัวสูงข้างล่างนั้นห่างไกลกันมากทีเดียวแต่ซองมินก็รีบปิดผ้าม่านลงทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้าย ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวคนข้างล่างจะเห็นใบหน้าที่ร้อนผ่าว และตอนนี้คงจะแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ที่รัก”
ร่างสูงยืนยิ้มให้กับผ้าม่านที่ปิดตัวลงเหลือเพียงเงาดำที่พอจะมองเห็น...ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองพูดออกไปได้อย่างไร ”ที่รัก” รู้แต่ว่ามันเหมาะที่จะใช้กับคนๆ นี้...
“ซองมินที่รัก”
ร่างสูงพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข ก่อนจะก้าวขึ้นรถและขับออกไปพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงระบายอยู่บนใบหน้า...
เสียงรถเคลื่อนหายออกไปไกล...ร่างเล็กข้างบนจึงค่อยๆแง้มผ้าม่านออกดูเพียงนิด...จนแน่ใจว่าไปแล้วจริงๆ จึงเปิดออกกว้าง...
อย่าบอกนะว่าจอดรถอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เย็น จนถึงตอนนี้ นี่ก็ผ่านมา 5ชั่วโมงแล้วนะ...
“นายอดทนได้นานขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ...คยูฮยอน?”
to be con.......
ขอบคุณที่คลิ๊กเข้ามาอ่านกันนะคะ
แต่ถ้าคอมเม้นท์ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงเลย....
เราอยากได้คอมเม้นท์ จากคนอ่าน เพื่อจะได้เอาไปปรับปรุงนะ....
^^
ขอบคุณอีกครั้งจ้า