2008/May/19

  ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมือง....

  

เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานชวนให้ออกสเต็ปเรียกเหงื่อไม่หยุดมาตั้งแต่หัวค่ำ...หนุ่มสาวที่รักการเต้นต่างออกไปโชว์ลีลาเร้าใจ ทั้งน่ารัก ทั้งเซ็กซี่  แล้วแต่จะถนัด...หากแต่ว่าวันนี้ คนที่ไม่เคยพลาดการเต้นสักรอบอย่างซองมิน กลับไม่มีอารมณ์ที่จะเต้นสักนิด...เขาจึงนั่งจิบไวน์เงียบๆอยู่ที่มุมมืดของร้านที่สามารถมองเห็นได้ทั่ว...

 

เฮ้อ...หรือว่าวันนี้เราจะมาเสียเที่ยว... ซองมินถอนหายใจเบาๆมองซ้ายมองขวา เรียววุคก็ยังไม่มาสักที ปล่อยให้เขานั่งแกร่วอยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว  น่าเบื่อชะมัด...นิ้วเรียวลูบปากแก้วไปมา...วันแรกก็แห้วซะแล้ว...

 

วันนี้ไม่ออกไปแดนซ์เหรอครับ เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู...ทำเอาคนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้งสุดตัว

 

เฮ้ย!!!.. ซองมินรีบกระโดดถอยหนีด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว

 

จุ๊ๆ...ขวัญเอ๋ยขวัญมา... มือหนาลูบศีรษะคนตัวเล็กไปมา

 

ฉันไม่ใช่เด็ก... ซองมินปัดมือนั้นออก แล้วขยับไปนั่งเก้าอี้อีกตัว...ร่างสูงอมยิ้ม แล้วนั่งลงแทนที่โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเชิญ

 

หายไปนานเลยนะครับ คยูฮยอนถามขึ้น...ในขณะที่สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานไม่กระพริบ...

 

ก็ไม่ได้ไปไหน ซองมินยักไหล่ตอบเหมือนไม่ได้ใส่ใจ...หากในใจกลับยิ้มย่อง นายเดินมาติดกับฉันเองนะ คยูฮยอน

 

ผมมาที่นี่ทุกวันแต่ไม่เคยเจอคุณเลย คยูฮยอนพูดในขณะที่เขี่ยน้ำแข็งในแก้วไปมาอย่างช้าๆ...

 

หึหึ  จริงอย่างที่เรียววุคบอกเลย  มารอพบฉันทุกวันงั้นเหรอ...ก็ดีอะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้น

  

มาเที่ยวกับแฟนเหรอครับ ซองมินมองร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตา(แกล้ง) ตื่นเต้น

 

เปล่าครับ คยูฮยอนตอบปฏิเสธ...เป็นผลให้ร่างบางหุบยิ้ม หน้าบึ้งขึ้นมาทันที...ไอ้ผู้ชายปลิ้นปล้อน

 

ผมมารอคนที่ขโมยหัวใจผมไปต่างหาก คงไม่ต้องถามว่าใครเป็นคนขโมยหัวใจของคยูฮยอนไป เพราะคำตอบมันอยู่ในดวงตาดำขลับที่ทอประกายวิบวับยามจับจ้องมาที่ใบหน้าหวานนี้แล้ว

 

น้ำเน่า...

 

เอ่อ...แล้วหาเจอหรือยังครับ ซองมินยกมือขึ้นลูบท้ายทอย แล้วแสร้งหลุบตามองแก้วน้ำในมืออย่างเขินอาย...

 

หาคนขโมย หรือหาหัวใจครับ... คยูฮยอนยิ้มกริ่ม สายตายังจับจ้องอยู่ที่ร่างบางไม่วางตา

 

เจ้าบ้านี่ท่าจะประสาท

 

หาหัวขโมยซิครับ...ถ้าหาเจอแล้วอย่าก็ลืมถามนะครับว่า...เอาหัวใจของคุณไปทิ้งถังขยะแล้วหรือยัง ซองมินบอกอย่างหมั่นไส้...ไอ้คนติ๊งต๊อง...

 

ฮ่าๆๆๆ...ใจร้ายจัง คยูฮยอนต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก

 

ผม โจ คยูฮยอนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก เอ่อคุณ.... คยูฮยอนทิ้งท้ายไว้ เพื่อให้ร่างบางบอกชื่อของตัวเองออกมา พร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า

 

ฮึ...หลอกให้ฉันบอกชื่อ นายนี่มันเจ้าเล่ห์ เพลย์บอย ครบสูตรจริงๆ

 

ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผม ลี ซองมิน... ซองมินยื่นมือออกไปจับตามมารยาท  ยอมทำเป็นอินโนเซ้นต์ตกหลุมพรางคยูฮยอน

 

เอ๋!!....คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ลี ซองมิน ชื่อนี้นี่มัน...

 

ทำไมหรือครับ...ชื่อผมไปเหมือนใครเหรอครับ ซองมินแกล้งตีหน้าซื่อถามออกไป...หวังว่าจะไม่สงสัยนะ  หรือถ้าสงสัยก็ไม่สน  นายจะได้รู้จักคำว่าเจ็บปวดซะบ้าง

 

ครับ...เปล่าครับ...ก็แค่ชื่อเหมือน แต่คุณน่ารักกว่าเยอะเลยครับ ประโยคสุดท้ายนุ่มหวานไม่แพ้สายตาที่ทอดมอง

 

ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับ คุณ ลี ซองมิน... ปากอุ่นแตะลงที่หลังมือขาวเนียนอย่างแผ่วเบา

 

โอ๊ะ!!.. ซองมินรีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่พอสบตากับสายตาหวานเชื่อมนั้นแล้ว ก็ได้แต่ก้มหน้าเขินอาย

 

มาคนเดียวเหงาแย่เลย...งั้นเราออกไปเต้นกันเถอะครับ คยูฮยอนถือโอกาสชวนเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี

 

เอ่อ... ซองมินทำหน้าลำบากใจ เตรียมจะหลอกแต๊ะอั๋งฉันล่ะสิ...

 

มาเถอะครับ...นั่งเฉย ๆ เดี๋ยวตะคริวกินนะครับ คราวนี้มือหนายื่นออกมาข้างหน้า พร้อมกับคำชวน...

 

เอ่อ...ก็ได้ครับ ซองมินยื่นมือออกไปจับแล้วเดินออกไปกลางฟลอร์  ร่างบางขยับเพียงนิดเพราะไม่คุ้นกับการเต้นกับคนแปลกหน้าหรือถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่า  เต้นกับคนที่เกลียดแสนเกลียดจึงจะถูกต้อง

 

ดูคุณไม่ค่อยสนุกเลย...ดื่มนี่หน่อยไหมครับ คยูฮยอนส่งแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันให้...ซองมินมองอย่างลังเล...เจ้านี่จะเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่านะ...

 

ปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์ครับ ด้วยเกียรติของทหารแห่งราชวงศ์วังซุก... คยูฮยอนกล่าวติดตลก พร้อมยืดอกภูมิใจ

 

ฮ่าๆ ซองมินยิ้มขำ และรับแก้วน้ำมาดื่มไปครึ่งแก้ว แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างประหลาด  นอกจากเรียววุคแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่า เครื่องดื่มที่เขาดื่มเป็นประจำนั้น เป็นสูตรที่ทางร้านผสมให้เขาเป็นพิเศษ ไม่มีแอลกอฮอล์เจือปนแม้แต่น้อย ก็จะให้เขากินน้ำเปล่ามันก็เสียศักดิ์ศรีแย่สิ เลยต้องใช้เล่ห์กลนิดหน่อย  แต่ที่เขาดื่มลงไปเมื่อสักครู่นี้น่ะสิ  ของจริงนะครับ  วิสกี้ของจริง

 

เป็นไงครับ พร้อมจะออกไปแดนซ์กันหรือยัง ไม่ต้องรอให้ชวนเป็นครั้งที่  2  ร่างบางก็เดินไปยืนเด่นอยู่กลางฟลอร์เรียบร้อย  แล้วก็เริ่มยักย้ายสะโพกไปมาอย่างยั่วยวน...ไม่ใช่ไม่เคยเต้น แต่ที่แล้ว ๆ มาน่ะ เต้นด้วยหัวใจอย่างเดียว แต่ในวินาทีนี้หัวใจมันผสมแอลกอฮอล์ด้วย  เลยทำให้ท่าเต้นมันยั่วยวนเป็นพิเศษ  แก้มใสที่แต่งแต้มด้วยสายตาอ้อน ๆ กับดวงตาหรี่ปรือยามมองคนข้าง ๆ ทำเอาคยูฮยอนแทบคลั่ง 

 

ยะฮู้ว!!... สองแขนชูเหนือหัว ใบหน้าสวยส่ายไปมาเป็นจังหวะรับกับสะโพกที่ส่ายอย่างยั่วยวน...ถ้าเสียงเพลงไม่ดังสนั่นขนาดนี้ คงจะได้ยินเสียงกลืนน้ำลายกันบ้างล่ะ...จะมีก็แต่ร่างสูงที่เกิดนึกหวงร่างบางขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...

 

ต้องทำให้พวกตาเฒ่าหัวงูพวกนั้นรู้เสียบ้างว่าของใครเป็นของใคร  คยูฮยอนจึงขยับเข้าไปใกล้ร่างบางและเต้นตามในจังหวะเดียวกัน...

 

ฮ่าๆๆ...ดีจัง นายนี่เต้นเก่งไม่เบาเลยนะ ซองมินหันมายิ้มหวานประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ดวงตาคู่สวยนั้นหวานฉ่ำยั่วยวนยิ่งกว่าเดิม...

 

คยูฮยอนเห็นแล้วอยากจะจับมาจูบนัก แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจนึก...ถ้าเกิดใจร้อนวู่วามทำอะไรลงไปไก่จะตื่นเสียหมด...มันต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน...หึหึ

 

แต่ก็สู้คุณไม่ได้หรอกครับ...ดูสิ โต๊ะนั้นมองคุณตาเป็นมันเชียว คยูฮยอนพยักพเยิดไปทางโต๊ะของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มองมาที่พวกเขาทั้งคู่...

 

ทำไม...หึงเหรอ ซองมินเหล่ตามองอย่างท้าทาย...ดวงตาคู่นั้นทอประกายวับวาว ยามมองมาที่ร่างสูง ทำเอาคยูฮยอนยิ่งหลงเสน่ห์ร่างบางเข้าไปอีก

 

ถ้าผมบอกว่าหึงล่ะ... คยูฮยอนจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยนั้น...สิ่งที่เขารู้สึกคือความจริง เขาชอบคน ๆ นี้ตั้งแต่แรกเห็น...แล้วยิ่งตอนนี้เขายิ่งหลงเสน่ห์ร่างบางตรงหน้านี้อย่างเต็มเปา...

 

ฮ่าๆๆ... ซองมินหัวเราะอย่างพอใจ  นายนี่หลอกล่อง่ายกว่าที่คิดไว้อีกแหะ  แล้วร่างบางก็เดินกลับมาที่โต๊ะด้วยอาการมึน ๆ

 

ท่าทางคุณจะไม่ไหวแล้วนะครับ คยูฮยอนรีบเข้าไปประคองร่างบาง

 

สงสัยวันนี้ฉันจะดื่มมากไป ซองมินบอกเสียงเบา...แล้วทรุดตัวลงบนโซฟาตัวโตอย่างหมดแรง ทำให้คนที่ประคองอยู่พลอยล้มตามลงมาด้วย...

 

ผมว่าคุณกลับบ้านดีกว่านะครับ คยูฮยอนบอกด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

 

อืม...ก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าเสียด้วยสิ...กลับบ้านดีกว่า ซองมินลุกขึ้นยืน แต่ก็เซจนเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคยูฮยอนอีกจนได้...

 

ผมไปส่งคุณที่บ้านดีกว่า...ปล่อยให้กลับเองคงไม่ไหว คยูฮยอนประคองร่างบางไปที่รถของตัวเอง...โดยมีสายตาคู่หนึ่งแอบมองอยู่ไม่ห่าง...

 

ซองมิน...บ้านคุณอยู่ไหนครับ คยูฮยอนก้มลงไปถามร่างบางที่นอนสะลึมสะลืออยู่ที่เบาะด้านข้าง

 

อยู่ที่... ซองมินบอกที่อยู่บ้านตัวเองแล้วก็นิ่งเงียบไปทันที

 

หลับแล้วเหรอ...เด็กน้อยคยูฮยอนกระซิบเบาๆ...และเฝ้าพินิจใบหน้าขาวใสนั้นอย่างหลงใหล...แก้มตูมๆนั้นมันน่าสัมผัสด้วยปลายจมูกยิ่งนัก...ไม่รู้ว่ามันจะหอมสักแค่ไหน...อ่ะนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จมูกโด่งจึงค่อยๆก้มลงไปสัมผัสอย่างนุ่มนวล...

 

อะ...อือ ร่างบางร้องประท้วงอย่างรำคาญที่มีคนมาก่อกวนยามนิทรา

 

โอเค...ไม่กวนแล้วก็ได้... คยูฮยอนยิ้มขำ...คยูฮยอนถอดเสื้อเเจ็คเก็ตออกมาห่มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน...

 

รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนด้วยความเร็วปกติ...ผิดกับวิสัยของตัวเองที่ชอบความเร็วยิ่งนัก...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะคนข้างๆนี่แหละ...อยากอยู่ด้วยนานๆ  หลังจากให้เขารอเก้อมาเป็นเดือนๆ

 

แต่!!...จะให้เขาขับรถทั้งคืนคงไม่ได้...ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง บ้านหลังใหญ่เปิดไฟสลัวๆ ...คยูฮยอนมองอย่างตะลึง บ้านรวยใช่ย่อยนะเนี่ย...ที่แท้ก็ลูกคุณหนูนี่เอง....

 

ซองมินครับ..  เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู

 

อืม... ร่างบางขยี้หูขยี้ตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย   ถึงแล้วหรือครับ

 

ครับ...ถึงปราสาทของเจ้าชายน้อยแล้ว คยูฮยอนยิ้มกรุ้มกริ่ม มองร่างบางตาเยิ้ม...

 

อืม...งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะ...ขอบใจนะ ซองมินเปิดประตูลงจากรถไปทันที ดีนะที่วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด...เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเมาแอ๋กลับบ้าน...มีหวังโดนหักค่าขนมทั้งปีแน่...

 

เดี๋ยวสิครับ คยูฮยอนรีบก้าวตามลงมาอย่างรวดเร็ว

 

หืม...มีอะไรเหรอ ซองมินเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

 

เอ่อ...คือ เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหมครับ คยูฮยอนยิ้มเก้อๆ พูดแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองที่ถามคำถามโง่ ๆ ออกไป

 

ครับ ซองมินพยักหน้ารับอย่างไม่เข้าใจ...หมอนี่อายเป็นด้วยแหะ...

 

งั้น...ก็คงไม่แปลกถ้าเพื่อนจะมีเบอร์มือถือของเพื่อน คยูฮยอนยิ้มน้อย ๆ หนอย...ฉลาดพูดนักนะ ไอ้คนกะล่อน...

 

ครับ...ไม่แปลก แต่มันติดอยู่ที่ว่า..ฉันจำเบอร์มือถือตัวเองไม่ได้ ซองมิน ตอบเสียงเรียบ...ร่างสูงหน้าสลดลงทันตาเห็น

 

นายก็จดเบอร์โทรนายมาสิ  มือถือฉันแบตหมดน่ะ ซองมินบอกพลางส่งสายตาหวานเชื่อม ให้ความหวังกับคนตัวโตที่ตอนนี้ยิ้มกว้าง และรีบจดเบอร์โทรศัพท์ให้ทันที...

 

นี่ครับ ซองมินยื่นมือออกไปรับพร้อมกับยิ้มหวานให้อีกครั้ง...แม้ว่าเราจะต้องสู้กันอีกหลายยก...แต่สำหรับยกแรกก็ถือว่าไปได้สวยแล้ว...หึหึ

 

อ๊ะ... แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือบางก็ถูกกระชากอย่างเร็วและแรงพอที่จะทำให้ร่างบางนั้นตกไปอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตได้อย่างง่ายดาย...

 

คะ..คยูฮยอน ซองมินเรียกเสียงแผ่วเบา...แย่แล้วตู...ก็สายตาที่ร่างสูงมองเขาอยู่นั้นมันบอกว่า...

 

อือ... แล้วปากบางก็ถูกครอบครองอย่างถือวิสาสะจากคนตัวโตกว่า...ลิ้นอุ่นนุ่มไล้เลียไปตามกลีบปากบาง และพยายามเปิดกลีบปากเพื่อเข้าไปลิ้มลองความหอมหวาน แต่ด้วยความที่ด้อยประสบการณ์ ทำให้ร่างบางเผลอแย้มกลีบปากออกเพื่อหายใจ  ร่างสูงจึงฉวยโอกาสส่งลิ้นเข้าไป เพื่อควานหาความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ข้างใน...

 

อือ... มือเล็กพยายามดันอกกว้างให้ออกห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล...แถมยังถูกรวบเอวเข้าไปอย่างง่ายดาย ถ้าเป็นยามปกติสะบัดนิดเดียวก็คงหลุด...แต่เวลานี้นี่สิ...ลิ้นอุ่นๆนั้นยังคงซอกซอนหยอกเย้ากับลิ้นเล็กในโพรงปาก...ด้วยความไม่ประสานั้นทำให้ร่างสูงได้ใจ...ขบเม้มปากบางนั้นอย่างมันเขี้ยว...

 

อืม...ซองมินครางออกมาเมื่อถูกฟันคมขบเม้มลงมาที่ปากเบาๆ

 

ซองมิน... คยูฮยอนกระซิบเรียกชื่อร่างบาง

 

อือ.. ร่างเล็กขานรับเบาๆ เพราะถูกกัดลงที่ริมฝีปากอีกแล้ว...

 

คุณน่ารักมากเลยรู้ไหม... คยูฮยอนบอกเสียงเบา ดึงร่างบางเข้ามาชิดแล้วกอดอย่างแนบแน่น...ซองมินซุกหน้าลงกับอกกว้าง...หัวใจเต้นตูมตามกับสัมผัสเมื่อครู่

 

ผม..ถ้าผมอยู่ใกล้ๆคุณอย่างนี้ทุกวันผมต้องห้ามใจตัวเองไว้ไม่ไหวแน่ ๆ คยูฮยอนกดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

อะไรของนายปกติก็ฟันดะฉะแล้วทิ้งไม่ใช่เหรอ...หรือว่าจะมาแกล้งทำเป็นสุภาพบุรุษให้ฉันตายใจ

 

เฮ้อ!!! คยูฮยอนถอนหายใจยาวกอดร่างบางเอาไว้หลวมๆ  ผิดกับคราวแรก

 

ซองมิน...ผม... คยูฮยอนจับมือของซองมินมากุมไว้...ดวงตาคมจับจ้องลงไปในดวงตาใสซื่อของคนตัวเล็ก

 

ใบหน้าหล่อคมโน้มเข้ามาใกล้อีกครั้ง...ปากนุ่มกดประทับลงบนกลีบปากอิ่ม

 

ผมไม่เคยต้องการใครเท่าคุณมาก่อนเลย เป็นคำสารภาพด้วยเสียงที่แหบพล่า...อะไรบางอย่างในแววตาของร่างสูง ยืนยันคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี...

 

ผม. คยูฮยอนดันร่างบางให้ล้มลงบนหน้ารถสปอร์ตคันหรู  แล้วทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว...

 

แย่แล้วสิเรา...นี่มันหน้าบ้านฉันเลยนะ...ไอ้คนบ้ากาม

 

ซองมิน...คยูฮยอนเรียกเสียงหวาน

 

ครับ...ซองมินก็ขานรับด้วยเสียงหวานไม่แพ้กัน ทั้งๆ ที่ในใจเริ่มหวั่นๆฉันคงไม่เสียท่านายตั้งแต่วันแรกหรอกมั้ง...

 

มือหนาลูบไล้ไปที่เอวของร่างบางช้าๆ ดวงตาคู่นั้นหวานเชื่อมชวนลุ่มหลง  ริมฝีปากกำลังจะแนบลงมาอีกครั้ง  ซองมินหลับตาพริ้ม...นึกถึงจูบแรกที่ถูกขโมยโดยคน ๆ เดียวกัน   แต่ครั้งนี้มันอุ่น  มันหวิวในอก....มันชอบอ่ะ

 

โฮ่ง ๆ ๆ   สุนัขตัวโตเห่าเสียงใหญ่  ทำให้คนทั้งคู่รีบผละออกจากกัน

 

กิมจิ!!... ซองมินถือโอกาสผลักร่างสูงออกแล้วเดินเข้าไปหาเจ้าสุนัขตัวโตทันที...

 

คยูฮยอนมองดูเจ้านายกับสุนัขเขาทักทายกันด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ

 

โฮ่ง โฮ่ง...

 

จุ๊ จุ๊...อย่าไปดุเขาสิ เขามาส่งฉันนะ ซองมินบอกกับเจ้าสุนัขตัวโตด้วยเสียงอันนุ่มนวล คยูฮยอนมองดูภาพนั้นด้วยความขบขัน...คนกับสุนัขกำลังคุยกันอย่างเมามันส์ทีเดียว...

 

เอ่อ...คยูฮยอน...นี่...กิมจิ น้องชายฉันเอง ซองมินแนะนำราวกับเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

กิมจิ...ชื่อน่ากินจัง คยูฮยอนลูบหัวเจ้าตัวโตเบา ๆ

 

นี่ก็ดึกมากแล้ว...นายกลับบ้านไปเถอะ ซองมินหาทางไล่อย่างสุภาพ  ด้วยรอยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์

 

คร๊าบ... คยูฮยอนมองร่างบางด้วยความเสียดาย

 

ไปสิ ซองมินบอกเสียงดุ เมื่ออีกคนยังทำอ้อยอิ่ง อิดออดไม่ยอมกลับไปเสียที...

 

ก็...เอ่อ... คยูฮยอนทำหน้าหมดหวัง...อยากได้จูบราตรีสวัสดิ์สักฟอด

 

งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะ.. ซองมินทำเป็นไม่สนใจแล้วหันไปชวนสุนัขคู่ใจเข้าบ้าน...

 

เฮ้อ!!...ราตรีสวัสดิ์ครับ... พอเห็นท่าว่าจะหมดหวังจริงๆ  ร่างสูงจึงจำยอมเอ่ยคำอำลา...ร่างบางหันมาส่งยิ้มหวาน...

 

ราตรีสวัสดิ์ ร่างบางกดจมูกลงบนแก้มขาวของคนตัวโตเบาๆ

 ไป...กิมจิ เข้าบ้าน ร่างเล็กเดินเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อกลบความเขินอายนั่นแหละ...ซึ่งผิดกับอีกคนที่ยืนยิ้มแก้มปริอยู่...ก่อนที่จะขับรถออกไปอย่างงงๆ  มือหนึ่งจับพวงมาลัย  มือหนึ่งลูบแก้มตัวเอง...ซองมิน    

เช้าวันต่อมา....

  

ร่างบางแต่งตัวไปโรงเรียนด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง อิอิ...มีเรื่องเล่าให้เรียววุคฟังเยอะแยะเลย...ว่าแต่ เจ้าเพื่อนตัวแสบหายไปไหนน๊า...โทรไปก็ปิดมือถือ

 

โทรศัพท์ๆๆๆ....ปากสวยยิ้มกว้าง ดวงตาราวหนูแฮมสเตอร์ทอประกายวิบวับขึ้นมา...เมื่อนึกถึงมือถือคู่ใจ....

 

เอ๊...อยู่ไหนน๊า...มือเล็กควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าอยู่นาน...แล้วก็เจอในที่สุด

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ....โทรศัพท์รุ่นล่าสุดถูกกดโทรออกตามตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนกระดาษที่ยับย่น...ร่างบางแนบโทรศัพท์ไว้กับหู ขณะลงมาทานอาหารเช้าง่ายๆสำหรับตัวเอง...

 

มีอะไร...คนกำลังนอน เสียงปลายสายบ่งบอกได้เลยว่าหงุดหงิด ซองมิน ตกใจเล็กน้อย...ไม่คิดว่าจะทำให้ร่างสูงอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า...

 

เอ่อ...ขอโทษครับที่รบกวน ซองมินบอกเสียงเบา...สำนึกผิดที่โทรมารบกวน...

 

เสียงใคร  ทำไมหวานนัก   ขอโทษด้วย...ไม่ใช่คิบอม  ไม่ใช่ยองอุน  ฮันคยองยิ่งไม่มีทาง  เยซอง...เจ้านั้นต้องนอนยังไม่ตื่นเหมือนกัน มิกกี้...ไม่ใช่อะ  แล้วเสียงใคร  เอ๊ะ!! 

 

ซองมิน!?!” ร่างสูงกระเด้งขึ้นมาจากที่นอนอย่างรวดเร็ว ไอ้ที่ง่วงๆ อยู่เมื่อครู่หายสนิท...

 

ฉันแค่จะโทรมาอรุณสวัสดิ์ ซองมินบอกเสียงงอนๆ

 

ขอโทษครับ...ผมไม่รู้ว่าเป็นคุณ คยูฮยอนรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

 

ฉันต่างหาก ที่ต้องขอโทษ...ไม่รู้จักเวล่ำเวลาโทรมาแต่เช้า ซองมินยังทำเสียงสะบัดๆ งอนไม่เลิก...เจ้าบ้ากี่โมงกี่ยามแล้วยังนอนอุตุอยู่ได้  คาบแรกไม่เรียนเหรอไง

 

โธ่...คนดี อย่างอนเลย...ผมขอโทษ คยูฮยอนง้องอนเสียงอ้อน  ซองมินทำเป็นเงียบไม่ตอบ ทั้งๆ ที่ปากกำลังคลี่ยิ้ม...อิอิ...แผนการหว่านเสน่ห์

 

เย็นนี้ว่างไหมครับ...ผมไปรับนะ คยูฮยอนถามเสียงนุ่ม...แต่ซองมินนี่สิแทบจะสำลักนมออกมา...มารับ...มารับก็ความแตกอ่ะดิ...อยู่โรงเรียนเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวันขนาดนั้น...

 

อึม....ฉันไม่ว่างอะ   แต่ดูก่อนว่าเลื่อนได้หรือเปล่านะครับ แล้วร่างบางก็หาทางเลี่ยงได้สำเร็จ โดยไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ให้ร่างสูงร้อนรนเล่น...

 

ฉันไปเรียนแล้ว...แค่นี้นะ...บ๊ายบาย แล้วซองมินก็ชิ่งหนีเอาเสียดื้อๆ

 

ตอนกลางวันผมจะโทรไปหานะครับ ไม่มีคำตอบรับจากร่างบาง...การสนทนาถูกตัดไปแต่ร่างสูงยังคงยิ้มค้างอยู่กับโทรศัพท์

 

อรุณสวัสดิ์ คยูฮยอนทวนคำนี้เบาๆ แล้วทิ้งตัวกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอน

 

อ๊ะ!!...งั้นเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก็...

 

โอ้...เย!!” ร่างสูงกดเมมเบอร์นั้นไว้ทันที พร้อมตั้งเสียงเรียกเข้าพิเศษเอาไว้อีกตั้งหาก...

 

ซองมิน...ซองมิน...ซองมิน

 

น่ารัก

 

                น่ากอด

 

                ตัวก็ห๊อม  หอม  นุ๊มมมม นุ่ม

 

                ปากก็หว๊านนนน  หวาน....

                         วินาทีนั้น  คยูฮยอนกลับนึกถึงใครคนหนึ่ง  ซึ่งเขาเผลอจูบไปเมื่ออาทิตย์ก่อน  ลี  ซองมินที่แสนเฉิ่มเชย  ............................................................................  

เฮ้!!...เรียววุคๆ ซองมินวิ่งฝ่าฝูงคนเข้าไปหาร่างบางที่เดินอยู่ข้างหน้า

 

อ้าว...ซองมิน เรียววุคร้องทักด้วยความแปลกใจ...พลางมองเลยเพื่อนรักไปด้านหลัง...ทำให้ซองมินต้องหันไปมองตาม

 

มองหาอะไรเหรอ

 

ปะ...เปล่า เรียววุคปฏิเสธพร้อมกับกอดคอเพื่อนรักไว้หลวมๆ

 

แล้วเป็นไงบ้าง...แผนแรก โอ.เค. ไหม

 

ได้ผลเกินคาด... ซองมินตอบด้วยรอยยิ้มร่าเริง...

 

เจ้านั้นหลงเสน่ห์ฉันเข้าให้เต็มๆ ซองมินบอกอย่างภูมิใจ...โดยไม่รู้ว่าทุกอากัปกิริยาเมื่อคืนอยู่ในสายตาเพื่อนรักตลอด

 

หวังว่านายคงไม่ได้หลงเสน่ห์หมอนั่นด้วยหรอกนะ

 

บ้าแล้ว...ไม่มีทาง คนเจ้าชู้ นิสัยแย่แบบนั้น ฉันไม่สนใจหรอก.. ซองมิน บอกเสียงดัง...แต่พอหันไปเจอสายตาของเรียววุคก็ต้องรีบหลบทันที...ฉันไม่มีทางหลงเสน่ห์หรอกน่า

 

ไปเหอะ...จะได้เวลาเรียนแล้ว ซองมินกระทุ้งศอกไปที่ท้องของเพื่อนรักแรงๆ แล้วรีบวิ่งหนีไป

 โอ้ย...เจ้าซองมิน นายกล้าทำฉันเหรอ...ระวังตัวให้ดีเถอะ เรียววุคตะโกนเสียงดัง และวิ่งตามเพื่อนตัวเล็กไป...     

พักกลางวัน....

  

ซองมิน เรียววุค จุนซูและดงเฮ จับกลุ่มกินข้าวกันอย่างร่าเริง...โดยมีหัวข้อสนทนาเป็นสมาชิกของแก๊งค์กุหลาบดำ...

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า...นายนี่เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะซองมิน ดงเฮกล่าวชมเมื่อซองมินเล่าถึงตอนที่คยูฮยอนเข้ามาเต้นคู่กับเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ...

 

แล้วเจ้านั่นทำอะไรนายบ้างหรือเปล่า จุนซูถามด้วยแววตาแพรวพราว อยากรู้อยากเห็น...

 

ทำอะไร?” ซองมินทำหน้างง...จะให้ทำอะไรอีกล่ะ

 

ก็...นอกจากกอดน่ะ...มีจูบ ลูบ คลำ แล้วก็....

 

หยุดๆๆ...มะไม่มีหรอก ซองมินรีบปฏิเสธก่อนที่เพื่อนจะพูดอะไรออกมามากกว่านี้...ก็ ที่พูดมาทั้งหมด เขาโดนครบเลย...ยกเว้นไอ้ที่ยังไม่ได้พูดออกมานั่นแหละ...

 

อะไรกัน...ไม่มีแล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย เรียววุคใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปที่แก้มของเพื่อนรักที่ถูกเมคอัพเอาไว้ให้กระดำกระด่างไม่เนียนใสอย่างปกติ...

 

บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ ซองมินยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง...ลองได้บอกออกไป โดนล้อตายเลย...แล้วอีกอย่างถ้ารู้ว่าเราเผลอคล้อยตามไปด้วยล่ะก็...ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ๆ...

 

แหนะ... จุนซูเหล่ตามองอย่างไม่เชื่อ...

 

Tru Tru Tru.....

 

เสียงเครื่องมือสื่อสารของใครบางคนดังขึ้น...ซองมินรีบหยิบขึ้นมาดู ชื่อที่โชว์อยู่นั้นทำให้ร่างบางอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเสีย...แต่คิดอีกที ก็ดีเหมือนกัน...จะได้เริ่มแผน2สักที...

 

คยูฮยอนโทรมา ซองมินบอกกับเพื่อนๆทุกคน...

 

ก็รับสิ. จุนซูบอก   ซองมินพยักหน้ารับและหันไปมองรอบๆ ตัว เผื่อเจ้าของชื่อนั้นจะนั่งอยู่ใกล้ๆ  พอเห็นว่าปลอดภัยจึงรีบกดรับทันที...

 

หวัดดีครับ... ซองมินตอบรับเสียงหวาน...เพื่อนๆ ทั้ง 3 เงี่ยหูฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น...

 

คิดถึงจัง แหวะ...ทั้ง 3 คนที่ได้ยินทำท่าแหวะออกมาพร้อมกัน  ซองมิน รีบยกมือขึ้นมาทำท่าจุ๊ปากก่อนที่จะเสียเรื่อง...

 

อะไรครับ...เมื่อเช้าก็เพิ่งจะคุยกัน ซองมินตอบกลับเสียงหวาน...เพื่อนรักทั้ง 3 คนหัวเราะคิกคัก  เพราะหน้าตาของซองมินไม่ได้ยินดีอย่างที่พูดสักนิด...

 

ก็ผมอยากเห็นหน้าคุณนิครับ คยูฮยอนบอกเสียงอ้อน...

 

เอ่อ... ซองมินหันไปถามความเห็นเพื่อน...ซึ่งทุกคนพยักหน้าสนับสนุนให้เริ่มแผนที่ 2

 

อยากเห็นหน้าก็มาหาสิครับ...

 

จริง ๆ เหรอครับ ผมไปหาได้จริง ๆ นะ คยูฮยอนถามอย่างดีใจ

 

อึม  ก็มาสิเย็นนี้ไง ซองมินตอบรับขำๆ...หมอนี่ถ้าจะบ้า...แค่นี้ต้องทำเสียงดีใจเหมือนถูกล็อตเตอรี่ไปได้...

 

งั้นเย็นนี้ผมไปรับที่โรงเรียนนะครับ

 

ห๋า!!...ที่โรงเรียน ไม่ใช่แค่ซองมินที่อุทานด้วยความตกใจ..เพื่อนทั้ง 3คนก็อุทานออกมาเช่นกัน

 

ครับ...มีอะไรหรือเปล่าครับ

 

อะ อ๋อ..เปล่าครับ...คือว่าวันนี้ฉันต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาน่ะ  เจอกันที่อื่นดีกว่า

 

เอางั้นหรือครับ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเสียดายอย่างยิ่ง

 

ครับ...จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางด้วยไงครับ ซองมินให้เหตุผล...

 

งั้นสัก 5 โมงเย็นเจอกันที่ร้าน xxxนะครับ ซองมินบอกชื่อร้านๆ หนึ่งที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะเขาไม่ต้องการให้มีคนรู้สักเท่าไหร่

 

โอ.เค...ได้ครับ...แล้วเจอกันครับ คยูฮยอนตอบรับเสียงนุ่ม

 

ครับ...บ๊ายบาย ซองมินยิ้มแป้น ไม่ใช่เพราะคยูฮยอน  แต่เพราะเกลี่ยกล่อมคนกะล่อนนั่นสำเร็จต่างหากล่ะ...

 

คิดถึงนะครับ แถมทิ้งท้ายด้วยคำพูดหวานๆ...ก่อนที่อารมณ์สุนทรีนั้นจะสะดุดลงเพราะ กลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร โดยเฉพาะคนตัวสูงบางที่กำลังยิ้มแป้น มองโทรศัพท์อย่างกับคนเสียสติ

 

ดูสายตาหมอนั่นสิ เรียววุคสะกิดให้ซองมินดู แต่ร่างบางกลับไม่หันไปมองสักนิด...

 

ฉันอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆจริงๆเลย จุนซูบอกอย่างเคียดแค้นพาลค้อนไปทางร่างสูงที่เดินตามเข้ามาอีกคน...

 

อีกไม่นานเกินรอ... ซองมินบอกเสียงเข้ม...มือเล็กกำแน่น เมื่อนึกถึงการกระทำของคยูฮอนที่ทำกับตัวเอง  ในยามที่เป็นลี  ซองมินที่แสนน่ารักกับ ลี ซองมินที่สุดแสนจะเชย  มันช่างต่างกันสุดขั้วเลย

 

ไปกันเถอะ..อยู่นานแล้วหายใจไม่ออก ดงเฮบอกแล้วเดินนำออกไปคนแรก

     

หลังเลิกเรียน

  

ซองมิน...ใกล้เวลานัดแล้วยังไม่ไปอีกเหรอ เรียววุคถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเพื่อนรักยังนั่งเล่นโกะอย่างสบายอารมณ์

 

ยัง...สัก5โมงกว่า ๆ ค่อยไป ซองมินบอกหน้าตาเฉย  ซึ่งเรียววุคก็เข้าใจความหมายดี  มันคือบททดสอบความอดทนของผู้ชายจอมกะล่อนและแสนจะเย่อหยิ่งอย่าง โจ คยูฮยอน...

 

จนเวลาล่วงเลยไปกว่า  5  โมงแล้วนั่นแหละซองมินถึงได้ออกจากชมรมโกะไป

  

ณ ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใจกลางกรุงโซล...

 

ขอโทษครับที่มาช้า... ร่างบางบอกเสียงหอบ  แก้มขาวแดงระเรื่อยืนยันได้ดีว่าคงจะวิ่งมามากกว่าเดิน...

 

เหนื่อยไหมครับ.ดื่มอะไรดี คยูฮยอนรีบกุลีกุจอเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง พอซองมิน บอกว่าจะกินอะไรก็เดินออกไปซื้อให้โดยไม่บ่นสักคำ ทั้งๆที่เขามาเลทไปถึง 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ

 

อยากรู้นักว่านายจะทนได้สักกี่น้ำ  ซองมินมองตามร่างสูงไปอย่างเหยียดหยาม  แต่แวบหนึ่งดวงตาคู่นั้นกลับไหววูบ...หากว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของนายล่ะ...

 

นี่ครับ คยูฮยอนส่งเครื่องดื่มเย็นชื่นใจให้ร่างเล็กที่นั่งท้าวคางมองไปรอบ ๆ ตัว

 

ขอบคุณ ซองมินยิ้มหวาน...ทำเอาคยูฮยอนแทบละลาย...

 

แล้วของนายล่ะ ซองมินถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นแม้แต่แก้วที่ดื่มหมดแล้วสักใบทั้ง ๆ ที่คยูฮยอนน่าจะสั่งมาสักแก้วระหว่างที่นั่งรอตน...

 

ไม่ล่ะครับ...แค่เห็นคุณดื่มผมก็ชื่นใจแล้ว ไม่ใช่เพียงคำพูดหวานเลี่ยนเท่านั้นแต่รวมไปถึงดวงตาคมที่มันแพรวพราว จนซองมินต้องรีบก้มหน้าก้มตาดูดน้ำในแก้วอย่างรวดเร็ว...

 

แคร๊ก แคร๊ก... เป็นผลให้สำลักน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ซองมิน...ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ  คยูฮยอนลูบหลังขึ้นลงช้า ๆ ซองมินทำตามจนอาการเริ่มดีขึ้น...ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาช่วยเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอ่อนโยน...พลางนึกขำกับท่าทางราวกับเด็กเล็กๆนั่น

 

หัวเราะอะไร คนตัวเล็กถามอย่างงอน ๆ เมื่อเห็นแววตากรุ้มกริ่มพร้อมรอยยิ้มที่ร่างสูงพยายามอมเอาไว้...

 

เปล่าเสียหน่อย คยูฮยอนปฏิเสธขณะค่อยๆไล้ผ้าเช็ดหน้าไปตามแก้มนวลเบา ๆ

 

ไม่ต้องแล้ว... ซองมินขยับหนีพลางขว้างค้อนให้วงใหญ่

 

โอ๋...โอ๋...ผมขอโทษ...ก็แค่ขำเด็กบางคนที่สำลักน้ำ

 

ฉันไม่ใช่เด็ก ซองมินแหวออกมา...คยูฮยอนหุบยิ้มทันที หากแต่ดวงตากลับแพรวพราว...นี่อะนะไม่เด็ก

 

ซองมินอยากไปไหนต่อครับ คยูฮยอนเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่ร่างเล็กจะงอนไปมากกว่านี้...

 

กลับบ้าน... ซองมินบอกหน้าตาเฉย...กลับบ้านทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะมาถึงแถมทิ้งให้นั่งรอเป็นชั่วโมง ๆ อีกต่างหาก

 

ห๋า... คยูฮยอนถามเสียงหลง

 

ไม่มีอารมณ์ ซองมินตอบอย่างไม่ยี่หระและลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป โดยทิ้งให้คยูฮยอนมองตามอย่างงง ๆ

 

ผมไปส่งนะ... ร่างสูงวิ่งตามมาจนทัน  ซองมินหันมามองอย่างไม่แน่ใจ...และต้องการหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดจากความไม่จริงใจ...

 

นี่มันก็เย็นแล้ว...อีกอย่าง...ผมอยากเจอเจ้ากิมจิน่ะ คยูฮยอนบอกด้วยรอยยิ้ม ไม่มีแววตาขุ่นมัวหรือโกรธที่เขาจะกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย...แถมยังดูกระตือรือร้นใช้กิมจิซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงมาเป็นข้ออ้างอีกต่างหาก

 

ชิ...อยากจะรู้นักว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ

 

ซองมินไม่ตอบอะไร...เพียงแค่เดินตามไปเงียบ ๆ โดยที่คยูฮยอนไม่มีทางรู้เลยว่าภายใต้ความเงียบนั้น...สมองน้อย ๆกำลังหาวิธีแก้เผ็ดตัวเองอยู่...

 

วันนี้กลับบ้านก่อนแล้วกัน  แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

 

รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ร่างเล็กก้าวลงจากรถโดยไม่พูดอะไรสักคำ...

 

ซองมิน... ร่างสูงก้าวมาหยุดยืนข้างร่างเล็กที่กำลังเปิดประตู

 

หืม

 

พรุ่งนี้เช้าผมมารับไปโรงเรียนนะครับ คยูฮยอนส่งยิ้มหวานนำทางหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดี

 

มะ...ไม่ได้!!... ซองมินปฏิเสธเสียงดัง...มารับไปโรงเรียนก็ความแตกอะดิ...ไม่ได้เด็ดขาด

 

ทำไมล่ะครับ คยูฮยอนถามเสียงอ่อย รอยยิ้มเมื่อครู่กลายเป็นรอยยิ้มฝืดๆที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

 

อะ...เอ่อ ซองมินหันซ้ายหันขวาจะแก้ตัวอย่างไรดี...พอดีกับที่หันไปเจอรถของพ่อจอดอยู่...แสดงว่ากลับมาแล้ว พรุ่งนี้คุณพ่อจะไปส่งน่ะ...นัดกันไว้แล้ว ใช่ๆๆๆนัดกับคุณพ่อไว้แล้ว เอ่อ...ฉันเข้าบ้านก่อนนะ บ๊ายบาย แล้วร่างเล็กก็วิ่งเข้าบ้านไป...ไม่ปล่อยให้คยูฮยอนล่ำลาอย่างที่ตั้งใจ  ว่าจะขอค่ารถเป็นหอมแก้มสักฟอดเสียหน่อย...เฮ้อ!!

 

เฮ้อ ร่างสูงเดินกลับมาที่รถอย่างช้าๆ...ความหวังที่จะได้กอดได้หอมได้...พังทลายต่อหน้าต่อตา...

 

ซองมิน...ฟู่!!...