2008/May/18

Mocca Mint  [Kyu : Min]

 

Writer by Devil_Snow   (นางมารหิมะโปรย)

 

 

ฮู้ว!!!...โย้ว โย้ว เสียงเพลงอันดังกระหึ่มสั่งให้วัยรุ่นหนุ่มสาวส่งเสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนาน ในมือถือแก้วน้ำ สีอำพันบ้าง น้ำอัดลมบ้าง ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผสมลงไปหนักเบาแล้วแต่ความชอบ   ส่วนคนที่รู้สึกว่าการยืนหรือการนั่งดื่มอย่างเดียวยังเมามันไม่เพียงพอ ก็ลุกขึ้นไปออกสเต็ปวาดลวดลายยักย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะของเพลง

 

วู้ว!!!... หนุ่มหน้าหวานร่างเล็กวาดลีลาอย่างยั่วยวน  ทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่กลืนน้ำลายกันเป็นแถว...

 

เรียววุค...มาเร็ว เต้นคนเดียวมันไม่มันเลยต้องชวนเพื่อนมาช่วยกันแดนซ์ คนตัวเล็กอีกคนก็รู้ใจ ไม่รอให้เพื่อนเรียกเป็นครั้งที่ 2 ก็ลุกขึ้นมาออกสเต็ปเคียงคู่กัน   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคู่ดูโอ้คู่นี้เด่นแค่ไหนเมื่ออยู่กลางฟลอร์

 

วู้ว!!..ไม่ได้มาแดนซ์อย่างนี้ตั้งนานแล้ว เอาให้มันไปเลยนะ ซองมินตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องยิ่งดึกก็ยิ่งมัน  อันนี้ขาแดนซ์ทั้งหลายต่างรู้ดี

 

ฮ่า ๆ ๆ...มันดีเอาเลย...วู้ว... เรียววุคสนับสนุนพร้อมกับออกสเต็ปอย่างน่ารัก ผิดกับซองมินที่เต้นแต่ท่าเซ็กซี่ ชวนวาบหวิว

 

นี่ ๆ..ซองมิน ผู้ชายคนนั้นมองนายตาเป็นมันเลย เรียววุคสะกิดเพื่อนให้มองไปทางโต๊ะใหญ่มุมหนึ่งของผับ  ซองมินมองตามที่เพื่อนชี้ให้ดู ก็พบกับสายตาหวานเชื่อมของหนุ่มหล่อหน้าตาดี ที่น่าจะสูงประมาณ 180 ขึ้น  แต่ที่ไม่น่าประทับใจก็คือแม่สาวเนื้อนมไข่ที่นั่งอยู่บนตักหมอนั่นนั่นแหละ ดูก็รู้ว่าคงจะเพลิดเพลินกับบทสวาทที่แม่สาวคนนั้นมอบให้ไม่น้อย ก็เล่นเบียดหน้าอกหน้าใจอันบึ้มเข้าไปซะขนาดนั้น แถมปากสีสวยก็คอยซุกไซร้ไปทั่วใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวสายตาเพื่อนร่วมโต๊ะและคนอื่นๆ   ที่สำคัญก็คือ...หมอนั่นดันหันไปจูบตอบทั้งๆ ที่สายตายังมองมาที่เขานี่แหละ

 

ช่างเขาสิ ซองมินสะบัดหน้าหนี...ชิ!! ขนาดมีสาวๆ นั่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ยังมีหน้ามามองเขาอีก  ผู้ชายเฮงซวย...

 

เต้นต่อเถอะ... แล้วร่างบางก็ไม่เอาคนแปลกหน้ามาทำให้เสียอารมณ์ ร่างเล็กย้ายไปเต้นอีกด้านหนึ่ง ให้พ้นจากสายตาดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้น

 

หลังจากเต้นกันจนเหนื่อยร่างเล็กทั้ง 2 จึงได้กลับมานั่งที่โต๊ะ...ซึ่งตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มปริศนาโต๊ะนั้นอีกเช่นเคย  ด้วยองศาที่ตรงกันพอดิบพอดีทุกครั้งที่ซองมินเงยหน้าขึ้นไปพูดกับเพื่อน ๆ  ก็จะต้องสบสายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นทุกทีไป   มันยิ่งทำให้ซองมินรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

 

เรียววุค..ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ ซองมินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำเพื่อตัดปัญหารำคาญใจ  และก็หาโอกาสชิ่งกลับบ้านซะเลย เพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่จะเป็นห่วง...

 

อืม...อย่าช้าล่ะ เรียววุคบอกทั้งที่ยังอมแอลกอฮอล์รสขมไว้ในปาก  ร่างบางพยักหน้ารับส่ง ๆ  เสียอารมณ์ตั้งแต่เห็นว่าเจ้าบ้านั่นจ้องมองเขาอย่างกับเสือจ้องจะขย้ำอย่างนั้นแหละ...

 

ร่างบางเดินไปเข้าห้องน้ำหลังร้านซึ่งเป็นห้องน้ำเฉพาะลูกค้า VIP อย่างขุ่นมัว  ด้วยความเซ็งบรรยากาศภายนอกเขาจึงนั่งแช่อยู่ในห้องน้ำนานหลายนาที

 

แต่สายตาคู่นั้นก็ยังตามมาหลอกหลอนให้เขาหงุดหงิดจนได้  กลับบ้านดีกว่า...โอ้ย!!!เซ็ง...

 

บ้าชะมัด

 

ร่างบางเดินออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าบูดบึ้ง  ถ้าโทรไปบอกเรียววุคตอนนี้ ก็ต้องถูกรั้งไว้แน่ ๆ  ไปที่รถก่อนดีกว่าแล้วค่อยโทรบอก  ซองมินจึงเดินลัดเลาะไปตามด้านข้างของผับ เพื่อหลบเพื่อนรักที่อาจทำให้เขาต้องทนอยู่เป็นอาหารตาของหมอนั่น

 

อะ..อื้ม..คยูฮยอน เสียงครางแผ่วเบาทำให้เท้าเล็กต้องชะงัก  แถวนี้ค่อนข้างมืดเสียด้วยแล้วใครมาครวญครางแถวนี้  คิดแล้วชักหวาด ๆ   บรื๊อ~~

 

ใจเย็น ๆ สิคะ..อะ..อ้า.. เสียงกระเส่าที่ร้องบอกออกมาด้วยความลำบากท้าทายความกลัวและความอยากรู้  ซองมินจึงตัดสินใจสาวเท้าเดินตามทิศทางที่เป็นต้นกำเนิดของเสียง...

 

อะ..อ่า..อืม..ที่รัก เสียงนั้นเริ่มชัดขึ้น ๆ  จนซองมินมั่นใจว่ามันคือเสียงของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนแน่ ๆ

 

อืม..อึนนา คราวนี้เป็นเสียงผู้ชายไม่ผิดแน่  เราไม่ได้หูฝาดอย่างแน่นอน ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น

 

อะ..โอ้ว และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้ร่างเล็กถึงกับตาค้าง...

 

ภาพของหญิงสาวรูปร่างอวบอัด หันหลังพิงกำแพง กระโปรงสั้นจู๋นั้นถลกขึ้นไปอยู่บนเอวบาง ขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นเกี่ยวไว้กับเอวหนาของผู้ชายตัวโต ริมฝีปากนั้นถูกครอบครองอย่างจาบจ้วง มือหนาเค้นคลึงเนินอกนั้นอย่างมันมือ...

 

อะอือ... เมื่อผู้ชายคนนั้นขยับสะโพกเข้าไปอย่างเร็วและแรง  เจ้าหล่อนก็ร้องออกมาด้วยความรัญจวน

 

อะ...อ่าส์!!”

 

แกร๊ง!!!!...

 

ตายแล้ว!!  ซุ่มซ่ามจริงๆ  เลยเรา..ซองมินหลับตาปี๋เมื่อเท้าดันไปเตะเข้ากับขวดเบียร์ที่วางระเกะระกะ

 

จงไม่ได้ยิน ๆ โอมเพี้ยง   จงไม่ได้ยิน  ร่างบางนึกภาวนาในใจ เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หรือว่าคำอธิษฐานของเราเป็นจริง

 

ฟู่!!....ร่างบางพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก  เพื่อความแน่ใจจึงชะโงกหน้าออกไปดูอีกครั้ง

 

ห๊า...ไอบ้ากามคนนั้นนี่ซองมินอุทานในใจ  เมื่อชายคนนั้นได้เปลี่ยนตำแหน่งไปยืนพิงกำแพงโดยมีร่างอันยั่วยวนของหญิงสาวแทรกตัวอยู่ตรงกลางหว่างขา

 

ทำอะไรกันไม่รู้จักอายผีสางซะบ้าง ซองมินก่นด่าในใจ นี่มันทางเดินแท้  แล้วเราจะเดินผ่านไปอย่างไรล่ะเนี่ย   จะกลับเข้าไปก็เบื่อเกินจะทน  ประกอบกับหมดอารมณ์สนุกแล้วด้วย

 

เอาว่ะ  คนที่อายต้องเป็นนายต่างหากไม่ใช่ฉัน  ร่างบางตัดสินใจออกจากที่ซ่อน  เดินไปตามทางอย่างมาดมั่น  แต่ไม่วายที่จะชำเลืองมอง    มองแล้วก็อยากจะฆ่าตัวตายนักเพราะไอบ้ากามนั่นเงยหน้าจากสาวสวยในอ้อมกอดพอดีแถมยังยิ้มกรุ้มกริ่มให้เขาอีกด้วย

 

แบร่... เมื่อทำอะไรไม่ได้ ร่างบางจึงแลบลิ้นย่นจมูกให้แล้วรีบวิ่งหนีไปทันที

 

หึหึ.. การกระทำนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ  จากคยูฮยอนได้เป็นอย่างดี  ก็เห็นแอบดูนึกว่าจะชอบ...

 

หัวเราะอะไรคะ อึนนาสาวน้อยท่าทางจัดจ้านถามออกมาอย่างยั่วยวนพลางเบียดสะโพกเข้าหาจุดสำคัญของชายหนุ่ม

 

จำเป็นต้องบอกเธอด้วยเหรอ  พอแล้ว  ฉันเบื่อแล้ว ร่างสูงผลักหญิงสาวที่เคยกอดอย่างเร่าร้อนออกไปอย่างไม่ใยดี...

 

คยูฮยอน  ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ... อึนนากระทืบเท้า ถามเสียงขึ้นจมูก 

 

ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน  เธอไม่มีสิทธิ์มาถาม   และนี่..ค่าบริการเมื่อครู่ คยูฮยอนส่งธนบัตรปึกหนาให้หญิงสาวราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษ

 

อ๋อ...แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะ หวังว่าคงเข้าใจ พูดจบร่างสูงก็เดินจากไป  ทิ้งให้อึนนามองธนบัตรในมือที่มากโขด้วยความรู้สึกเคียดแค้น เงินก็ต้องการ   แต่!!ถ้าได้ตัวเจ้าของเงินด้วยมันไม่ดียิ่งกว่าเหรอ  

 

คยูฮยอน  นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!!!  กลับมาเดี๋ยวนี้!! ” อึนนาตะโกนเรียกเสียงดังด้วยความคับแค้นใจ

 

ไอ้บ้า...ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!!”  

 

หากแต่ร่างสูงไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ซ้ำยังเดินผิวปากไปอย่างอารมณ์ดี....

 

ใบหน้าสวยหวานกับแววตาแก่นแก้วคู่นั้นยังคงติดตา...นายเป็นใครกันแน่นะ...

 

เฮ้ย!!...เป็นไรว่ะ  ทำหน้าเพ้อ ๆ ชอบกล คิบอมถามขึ้นด้วยความสงสัย  ขณะที่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน

 

เปล่า คยูฮยอนตอบปฏิเสธแต่ปากอิ่มกลับยกยิ้ม

 

เออนี่...ฉันรู้แล้วนะว่าหนุ่มน้อยคนนั้นน่ะเรียนที่ไหน คิบอมบอกอย่างตื่นเต้น แต่ก็คงไม่เท่ากับคยูฮยอนที่รีบหันมามองคู่สนทนาด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

แหม...หูตั้งตาลุกเชียวนะ คิบอมเหน็บเข้าให้อย่างหมั่นไส้

 

ฉันไม่ใช่หมา  เรียนที่ไหนรีบบอกมาเร็ว ถ้าไม่ใช่เพราะอยากรู้เรื่องของหนุ่มหน้าหวานคนนั้น เขาคงเตะเพื่อนตกรถไปแล้ว...

 

โรงเรียนมัธยมคังนัม...

 

โรงเรียนดังเสียด้วย... คยูฮยอนพยักหน้ารับอย่างพอใจ เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่านักเรียนโรงเรียนนี้มีแต่ลูกคุณหนูแล้วก็พวกเด็กหัวกะทิทั้งนั้น  แต่ดูจากความแก่นแก้วแล้วคงจะเป็นพวกคุณหนูเอาแต่ใจซะมากกว่าละมั่ง..หึหึ..

 

ไง...เอาไปฝันต่อได้อีกนะเพื่อน เห็นท่าทางมีความสุขแล้ว คิบอมยิ่งหมั่นไส้หนักขึ้น

 ฮ่า ๆๆ ไม่มีคำตอบมีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อคมเท่านั้น    

หลังจากนั้นคยูฮยอนก็แวะเวียนไปที่ผับทุกวันจนพนักงานในร้านจำหน้าได้  และถือเป็นแขก VIP ที่อายุน้อยที่สุดไปแล้ว   ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องพกพาความผิดหวังกลับบ้านไปทุกวันด้วยเช่นกัน

 

เฮ้ย...ฉันว่าเขาคงไม่มาแล้วมั้ง  คิบอมแกล้งแหย่ด้วยความจริงที่ทำให้คยูฮยอนอยากต่อยปากเพื่อนให้แตกนัก

 

เฮ้อ!!  งั้นกลับกันเถอะ  ต้องทำตัวเป็นเด็กดีเสียหน่อย  อาทิตย์หน้าจะเปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวอดรถรุ่นใหม่กันพอดี ร่างสูงเดินนำออกไป  ทั้งที่เมื่อครู่ยังนั่งหน้าบูดเป็นตูดลิงอยู่เลย

 

อะไรของมันว่ะ  คิบอมส่ายหัวให้กับอารมณ์แปรปรวนของเพื่อนรัก  แต่ก็ชินซะแล้ว..

 นี่ฉันจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วจริง ๆ  นะเหรอ   คยูฮยอนมองผู้คนที่เวียนเข้าเวียนออกผับแห่งนี้ด้วยความหวัง...    

วันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่   โรงเรียนมัธยมอินคัง....

  

 เรียววุคไปห้องน้ำไหม... ร่างบางในชุดฟอร์มของโรงเรียนที่ติดกระดุมครบทุกเม็ด  ผมสีดำสนิทถูกหวีเสียจนเรียบแปล้   เหนือจมูกเล็กประดับไปด้วยแว่นตาหนาเตอะ   ปากเล็กน่ารักเอ่ยถามเพื่อนซี้ที่แต่งตัวเหมือนกันเปี๊ยบ

 

ไม่ล่ะเรียววุคส่ายหน้าเร็ว ๆ  ในขณะที่มือยังคงกดเกมส์ต่อสู้รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้มาจากญี่ปุ่นอย่างเมามัน

 

งั้นฉันไปนะ...ฝากของด้วยล่ะ   เรียววุคพยักหน้ารับ โดยที่ไม่ได้หันมามองเลยแม้แต่นิดเดียว...

 

ธุระส่วนตัวถูกทำอย่างเร่งรีบ เพราะเสียงประกาศเรียกนักเรียนใหม่เข้าห้องประชุมดังขึ้นเตือนเป็นครั้งที่สอง  คนตัวเล็กรีบล้างมือและวิ่งออกจากห้องน้ำอย่างเร็วโดยไม่ทันได้สังเกตหรือระวังตัว

 

เฮ้ย!!..มานี่สิหนุ่มหล่อหน้าตาดี ยืนกอดอกพิงโต๊ะตัวโตเรียกเด็กปี 1 ที่กำลังจะเดินเข้าห้องปฐมนิเทศด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ...

 

นายนั่นแหละ...มานี่!!” เสียงตะคอกดังขึ้น   เมื่อร่างบางหันซ้ายหันขวาไม่แน่ใจว่าเรียกตัวเองหรือเปล่า  พอแน่ใจว่าเป็นตัวเอง  ซองมินก็เดินห่อไหล่ หลังงุ้มเข้าไปหาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มผู้มีอำนาจในโรงเรียนแต่อย่างใด

 

 รู้ไหม...พวกเราเป็นใครน้ำเสียงวางอำนาจยิ่งทำให้ซองมินไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง  ร่างบางได้แต่ก้มหน้ากัดฟันแน่น...อดทนไว้ๆ  เพื่อภาพพจน์นักเรียนดีเด่น

 

เฮ้ย!..ฉันถามอะไรก็ตอบสิ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองด้วย  น้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม ทำให้เด็กที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างเดินตัวลีบและรีบเดินออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด  ไม่งั้นอาจเจอลูกหลงก็เป็นได้

 

คะ..ครับซองมินใช้สายตากวาดมองไปทั่วๆ หล่อ เท่ห์ หน้าตาดีทุกคนเลยแต่...เลว!!

 

 เอ๊ะ!! หมอนั่นนิ...

 

รู้ไหมว่าพวกฉันเป็นใคร...ถามย้ำคำถามเดิม ..ซองมินอยากจะหาอะไรมาผ่าเอาขี้เลื่อยในสมองเจ้าพวกนี้ออกมานัก...เปิดเทอมวันแรกจำชื่อผู้อำนวยการได้ก็ดีแล้ว   แล้วไอ้พวกนักเรียนปลายแถวพวกนี้ใครจะไปรู้จัก

 

มะ...ไม่รู้ครับซองมินก้มหน้าตอบตะกุกตะกัก

 

นี่...อ่านซะ...ที่เหลือก็เอาไปแจกให้ทั่วโรงเรียน  อย่าให้เห็นว่าเหลือแม้แต่ใบเดียว   ไม่อย่างนั้น เตรียมหาที่เรียนใหม่ได้เลย  ใบปลิวสีดำสนิทปึกใหญ่ถูกส่งให้  หรือที่ถูกน่าจะเรียกว่ายัดเยียดให้มากกว่า   ซองมินรับมาอ่านอย่างเสียไม่ได้   รูปกุหลาบดำโลโก้ของแก๊งค์ลอยเด่นอยู่กลางกระดาษด้านบน ด้านล่างเป็นกฎระเบียบข้อปฏิบัติของนักเรียนทุกคน  ย้ำว่าทุกคน....ต้องปฏิบัติตามกฎนี้เวลาที่เจอสมาชิกแก๊งค์กุหลาบดำไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ใดก็ตาม  ถัดลงมาเป็นรูปของสมาชิกแก๊งค์ทั้งหมด...

 

พวกรกโรงเรียน!!...ซองมินด่าในใจ...

 

คะ...ครับซองมินรับคำอย่างลนลาน

 

ดี...

 

เออ...แล้วนายชื่ออะไร  พ่อทำงานอะไร จะรู้ไปทำซากอะไรว่ะ  ซองมิน นึกในใจ

 

ผะ..ผม...ลี ซองมิน คะ ครับ พะ...พ่อ ปะ..เป็น มะ  หมอ...ครับซองมิน บอกเสียงสั่น  พ่อเป็นหมอน่ะถูกแล้วไม่ได้โกหกสักนิด แค่บอกไม่หมดเองว่า  พ่อเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วเกาหลี แถมยังมีชื่อเสียงทางด้านการวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศและมวลมนุษยชาติการันตีความสามารถอีกตั้งหาก สรุปง่าย ๆ ก็คือ ลี ซองมินนี้เป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลทั่วเกาหลีนั่นเอง แถมยังเป็นแชมป์โกะระดับประเทศอีกด้วย

 

อ๋อ...ลูกคุณหมอซะด้วย  หมอหมารึเปล่าน้อง หนุ่มหล่อที่มีดีแต่มาด นามปรากฏตามใบปลิวว่า ยูชอนหรือมิกกี้พูดติดตลก  เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนพ้องได้เป็นอย่างดี

 

หมาที่ออกมาจากปากนายน่ะสิ ซองมินคำรามในใจ...ไอ้พวกสวะ

 

ถ้าถอดแว่นหนา ๆ  นี่ออกนายจะหน้าตาเป็นยังไงนะ คังอินเชยคางมนของร่างบางขึ้น ทำท่าจะถอดแว่นตาหนาเตอะนั่นออก

 

ไปได้แล้ว เป็นเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง  โดยสมาชิกที่ซองมินจำได้ดี  และวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่า เจ้าคนบ้ากามนั่นชื่อ โจ คยูฮยอน หรือนายลักกี้นั่นเอง

 

ลักกี้ หรืออัคกี้ กันแน่...ไอบ้ากาม...

 

คะ...ครับ...ขอบคุณครับ ซองมินผงกหัวประหลก ๆ แล้วรีบเดินจากไป  ระหว่างทางเจอใครก็แจกใบปลิวไปด้วย  ให้สมบทบาทว่ากลัวเจ้าพวกมาเฟียปลายแถวจนขึ้นสมอง

 

เฮ้ย!!  คยูฮยอน...ฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักเลยรีบไล่ไปทำไมว่ะ.. คังอินบอกอย่างอารมณ์เสีย  ยังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ใจคิดก็โดนขัดจังหวะเสียได้

 

ไม่ต้องเลยเจ้าหมีคัง  ไอ้ที่มีอยู่ในสต๊อกก็งาบซะให้หมดก่อนเถอะ ไม่ต้องหามาเพิ่มแล้ว อีกอย่างแต่งตัวเชย ๆ หน้ามีแต่กละ ใส่แว่นตาหนาเตอะแบบนั้น นายกินลงเหรอ ถามจริง...คยูฮยอนเบ้หน้าอย่างรังเกียจ

 

เฮ้ย...รสชาติแปลกใหม่ไง  ไม่ลองก็ไม่รู้... คังอินยักคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์   เพื่อนตัวดีบรรยายซะหมดอารมณ์เลย แต่กลัวเสียฟอร์มเลยแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

 

ถ้านายอยากกินอะไรแปลก ๆ  ฉันให้พ่อครัวที่ร้านทำให้ก็ได้  ฮันคยอง หนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-จีน บอกเสียงเรียบ  แต่คังอินกลับเดือดปุด ๆ  นายหาว่าฉันตะกละอย่างนั้นเหรอไอ้ตี๋

 

โดยที่ซองมินได้ยินทุกถ้อยคำที่คยูฮยอนพูด   ไอ้หน้าประจวดเอ้ย!!!!  จำคำที่พูดไว้ให้ดีเฮอะ !!  ใครกันที่ทำตาหวานเชื่อม น้ำลายไหลอย่างกับเห็นกระดูกชิ้นโต ตอนเห็นฉันในวันนั้นกัน

    

ภายในชั้นเรียน ม.ปลายปี 1 ห้อง A

  

นี่...วันนี้ต้องเลือกชมรมแล้วนะ...นายจะเข้าชมรมอะไรอ่ะ ซองมินหันไปถามเพื่อนรักที่กำลังนั่งกรอกใบสมัครเข้าชมรมอย่างขะมักเขม้น...

 

ยูโด เป็นคำตอบที่แสนจะหนักแน่นและแน่วแน่

 

ห๋า!!!...ยูโด...ไม่เหมาะม๊าง  ซองมินร้องเสียงหลง 

 

ทำไมถึงไม่เหมาะ เรียววุคเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ

 

คือ.. ซองมินมองไปรอบๆ  ก่อนที่จะกระดิกนิ้วให้เพื่อนรักเข้ามาใกล้ๆ  

 

ผมเรียบแปล้...แว่นตาหนาเตอะ  สูทติดกระดุมทุกเม็ดอย่างนี้เนี๊ยะนะ ให้อยู่ชมรมยูโด...  ซองมินจิ้มๆ  ไปที่เสื้อผ้า  หน้าผม  ที่มันดูอย่างไรก็เด็กเรียน  ติ๋มๆ หงิมๆ  ชัดๆ

 

เออ...จริงด้วย...ฉันลืมไปสนิทเลย เรียววุคบอกเสียงดัง...เกือบไปแล้วไหมล่ะ

 

แล้วฉันจะเข้าชมรมอะไรดีล่ะ แล้วก็ต้องมานั่งหน้าเมื่อย...คิดไม่ออกว่าจะเข้าชมรมไหนดี

 

แล้วนายจะเข้าชมรมอะไร

 

โกะ ซองมินตอบอย่างฉะฉาน แชมป์โกะระดับประเทศ เข้าชมรมฟุตบอลก็แปลกแล้ว...

 

ฉันสมัครด้วยแล้วกัน...นึกไม่ออกแล้ว เรียววุคเขียนชื่อชมรมลงไปในใบสมัครอย่างไม่ลังเล....

     

ณ. ชมรมโกะ

  

อ้าวทุกคน...เลือกที่นั่งได้ตามใจชอบเลย รองประธานชมรมบอกเสียงเข้ม สมาชิกทั้งเก่าและใหม่ต่างรีบหาที่นั่งกันอย่างรวดเร็ว

 

เนื่องจากประธานชมรมคนเก่าได้จบการศึกษาไปแล้ว...วันนี้เราจึงจะมารับสมัครและคัดเลือกประธานชมรมคนใหม่กัน

 

เอ้า...ใครสนใจจะลงสมัครก็มาลงชื่อได้เลย

 

แล้วเสียงพูดคุยก็ดังเซ็งแซ่   เพราะต่างก็มั่นใจในความสามารถของตัวเอง  แล้วผู้กล้า 2 คนก็เดินออกไปหน้าห้องเพื่อหย่อนชื่อตัวเองลงในกล่องรับสมัคร  และก็ไปได้เพียงแค่ครึ่งทางเท่านั้น

 

ฉันสมัคร  เสียงห้วนดังขึ้นด้านหน้าประตู  เด็ก 2 คนที่ว่า  ถึงกับถอยกรูดกลับไปนั่งที่เดิมอย่างลุกลี้ลุกลน   นั่นก็เป็นเพราะหนุ่มร่างสูง นามว่า โจ คยูฮยอน สมาชิกแก๊งค์กุหลาบดำ ได้เสนอตัวเป็นประธานชมรมโกะคนต่อไปแล้ว  ใครหรือจะกล้าต่อกรลงสมัครชิงตำแหน่งด้วย  มีหวังได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆ

 

ซองมินมองไปที่ร่างสูงที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าพิงกระดานดำ และส่งสายตาท้าทายไปให้คนทั่วห้อง

 

ทำไมฉันต้องมาอยู่ชมรมเดียวกับนายด้วยนะ...ซวยจริงๆ ซองมินพึมพำเบา ๆ

 

เอ่อ...มีใครจะลงสมัครอีกไหม รองประธานถามด้วยเสียงที่เบาลง  เห็นรางๆ แล้วว่าใครจะได้เป็นประธานชมรมคนต่อไป

 

เงียบ....แม้แต่เสียงหายใจยังแผ่วเบา

 

เอ่อ...งั้นวันนี้ก็ขอปิดการประชุมไว้แค่นี้ล่ะกัน รองประธานกล่าวปิดประชุมทันทีอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา  ลองหนึ่งในแก๊งค์กุหลาบดำลงช่วงชิงตำแหน่งแล้วละก็  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครชนะ

    

2 วันต่อมา....

  

มีอะไร...ทำไมต้องเรียกประชุมด่วนด้วย หรือว่า เจ้าอัคกี้มันจะสละสิทธิ์ ซองมินถามออกมาอย่างหงุดหงิด อยากกลับไปเล่นเกมส์...คันไม้คันมือจะแย่แล้ว

 

ไม่รู้เหมือนกัน... เรียววุคยิ้มกริ่ม แล้วรีบซ่อนรอยยิ้มนั้นเอาไว้ ก่อนจะตอบออกมาเซ็งๆ

 

งั้นเรารีบไปกันเถอะ  ฉันไม่อยากไปเลยจริงๆ เหม็นขี้หน้านายนั่นชะมัด ซองมินเดินบ่นไปตลอดทาง  จนมาถึงชมรม  ทันทีที่ก้าวเข้าไป ทุกคนในห้องต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน

 

แหะๆ..ขอโทษด้วยครับที่มาช้า ผมมัวแต่หาห้องชมรมอยู่น่ะครับ จำไม่ได้ว่าตั้งอยู่ตรงไหน ซองมินยกมือขึ้นเกาหัว ให้แนบเนียน  ให้รู้ว่ามัวแต่หลงทาง  และงงตัวเองอยู่ว่ามาถึงห้องชมรมได้อย่างไร....

 

เรียววุคอยากจะหัวเราะออกมาให้โลกแตก  ซองมินนี่แสดงละครเก่งจริงๆ

 

ไม่เป็นไรๆ  เข้ามานั่งที่เถอะ รองประธานบอกเสียงเรียบ  ทำให้คนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว...

 

บรรยากาศวังเวงชอบกล  ซองมินคิดในใจ

 

เอาล่ะ  วันนี้ที่เรียกประชุมก็เพราะว่า  จะกำหนดวันลงคะแนนเสียงเลือกประธานชมรมคนใหม่กัน โดยมีผู้สมัครทั้งสิ้น2คน

 

แล้วก็มีเสียงฮือฮาตามมาอีกรอบ...เพราะแปลกใจว่าใครกันที่กล้าลงสมัครท้าทายกับ โจ คยูฮยอน สมาชิกแก๊งค์กุหลาบดำ ซึ่งแน่นอน...คนที่ตกใจที่สุดก็คือ คยูฮยอนนั่นเอง...สายตาคมมองกวาดไปทั่วห้องเพื่อหาผู้ที่กล้ามาท้าทายเขา

 

ซึ่งก็คือ โจ คยูฮยอน และ...แล้วสายตาของรองประธานก็วูบลง...

 

ลี ซองมิน... ในที่สุดชื่อของคู่แข่งคนสำคัญก็หลุดออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบาของรองประธาน

 

ห๋า.... ซองมินตาโต อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหู...คราวนี้เสียงฮือฮานั้นเต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ บ้างก็สงสารเขา บ้างก็สมน้ำหน้าที่ไม่เจียมบอดี้ที่กล้าลงสมัครแข่งขันกับแก๊งค์กุหลาบดำ....

 

แต่ที่แน่ๆ...ซองมินกำลังถูกจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจากสายตาดุจมัจจุราชของ คยูฮยอน....

 

การคัดเลือกจะมีขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า โดยการลงคะแนน รองประธานบอกเสียงเข้ม...

 

ไม่...เดี๋ยวจะหาว่าฉันรังแกรุ่นน้อง...เอาบารมีรุ่นพี่มาข่ม...เอาอย่างนี้ดีกว่าแฟร์ๆ ยุติธรรมที่สุด...ใครแข่งโกะชนะ คนนั้นจะได้เป็นประธานชมรม คยูฮยอนบอกเสียงกร้าว ดวงตาคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่ร่างบาง ที่นั่งตัวลีบแบนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ...

 

ซองมิน...นายว่าไง คยูฮยอนถามเสียงดุ

 

กะ...ก็โอเค...เอาตามนั้นก็ได้ ซองมินบอกด้วยเสียงตะกุกตะกัก

 

ดี...งั้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเรามาเจอกันที่นี่...แล้วจะได้เห็นดีกันว่าคนที่มันกล้าท้าทายฉัน  จุดจบมันจะเป็นเช่นไร ร่างสูงบอกด้วยเสียงรอดไรฟัน  แล้วเดินออกจากชมรมโดยที่ไม่ฟังเสียงใคร...

 

นายไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยนะ  ซองมิน รองประธานเดินมาตบบ่าซองมิน อย่างให้กำลังใจหรือว่าซ้ำเติมกันแน่ก็ไม่รู้

 

เพื่อนๆ ในชมรมต่างทยอยออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงสองหนุ่มสุดเชย ซองมินและเรียววุคเท่านั้น...

 

ฝีมือนายใช่ไหมเรียววุค ซองมินชี้หน้าถามอย่างรู้ทัน...เรียววุคจึงส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้...แค่นี้ก็รู้คำตอบแล้ว

 

ฉันรู้ว่านายทำได้...อิอิ ยังมีหน้ามาทำทะเล้นใส่อีก

 

เออ...แต่ก่อนจะชนะ ฉันต้องทนเห็นหน้าหมอนั่นตั้งหนึ่งเดือนเต็ม ซองมินมองค้อนเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้

 

เอาน่า...เดือนเดียวเอง เรียววุคยังคงบอกราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุก

 

ชิ... ซองมินสะบัดหน้าหนี...แล้วเดินนำออกไป ปล่อยให้เรียววุควิ่งตามมาทีหลัง...

     

เรื่องที่มีคนกล้าลงสมัครชิงตำแหน่งประธานชมรมโกะแข่งกับสมาชิกแก๊งค์กุหลาบดำนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน...ทำให้ไม่ว่าซองมินจะเดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมอง...ด้วยความสมเพชและชื่นชม...

 

มองอะไรกันนักกันหนา...ไม่เคยเห็นคนหรือไง ซองมินบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดขณะเดินไปยังโรงอาหาร

 

คนดังก็อย่างนี้แหละ เรียววุคเชิดหน้าบอกอย่างภาคภูมิใจในฝีมือตัวเอง

 

ดังกับผีน่ะสิ ซองมินมองค้อนอย่างหงุดหงิด...และยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อทันทีที่ก้าวเข้าไปในโรงอาหารก็พบกับแก๊งค์กุหลาบดำซึ่งนั่งอยู่กลางห้องอาหาร โดยที่รอบๆนั้นเป็นที่ว่าง...สาเหตุเพราะ...มีแต่คนกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้นั่นเอง แถมที่นั่งทั้งห้องอาหารก็เต็มหมดเสียด้วยสิ...

 

แล้วจะนั่งตรงไหนดีล่ะทีนี้ ซองมินถือถาดอาหารหมุนไปหมุนมา ไม่อยากจะนั่งโต๊ะข้างๆเลยแต่ก็ไม่รู้จะไปนั่งตรงไหนแล้ว เลยต้องจำใจเดินไปนั่งโต๊ะข้างๆแก๊งค์กุหลาบดำ ซึ่งเรียกความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและเหล่าสมาชิกแก๊งค์กุหลาบดำได้เป็นอย่างดี...

 

วี๊ด...วิ๊ว...ว่าไงคนสวย กินข้าวกับอะไรจ๊ะ มิกกี้เจ้าเดิม กล่าวทักอย่างอารมณ์ดี

 

ซองมินและเรียววุคมองหน้ากันแล้วก็เงียบ...ปิดปากให้สนิทเดี๋ยวหมามันก็เลิกเห่าเองแหละ...

 

เฮ้ย...คยูฮยอนง้างปากด้วยจูบทีสิว่ะ เยซองพูดเสียงดัง เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนได้อีกระลอก...

 

ไม่อ่ะ  หน้าตาอย่างนี้...ฉันจูบไม่ลงว่ะ คยูฮยอนทำสีหน้าขยะแขยงสุดฤทธิ์

 

มันยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนในร่างกายซองมินให้สูงขึ้น...ซองมินนั่งกำมือและกัดฟันแน่น...

 

แต่ถ้าไม่มีใครอยากจูบ...ฉันช่วยสงเคราะห์ให้ก็ได้ คยูฮยอนเดินไปที่โต๊ะข้างๆ  อย่างใจเย็น...

 

ว่าไง...ลี ซองมิน ตั้งแต่เกิดมาน่ะ ยังไม่เคยจูบกับใครเลยสินะ... คยูฮยอนพูดจาถากถางเสียงดัง...นักเรียนในโรงอาหารต่างหันมามองที่คนทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน ซองมินกำมือแน่น ด้วยความแค้น...

 ให้ฉันช่วยสอนให้เอาไหม คยูฮยอนเชยคางมนขึ้นมาช้าๆ  หากแต่แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ...ไอ้บ้า...ไอ้ทุเรศ ในที่สุดก็ทนต่อไปไม่ไหว...น้ำหวานสีแดงสดที่เพิ่งซื้อมา ถูกสาดเข้าที่หน้าหล่อๆนั้นเต็มๆ...

นาย...กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ คยูฮยอนปาดน้ำที่ไหลหยดย้อยไปทั่วใบหน้าออก แล้วถามด้วยเสียงเย็น...ซองมินเชิดหน้าอย่างท้าทาย...

 

อะ...อือ โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากอิ่มก็กดทับลงมาอย่างรวดเร็ว ร่างบางกัดฟันแน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้รุกล้ำ...ส่วนมืออีกข้างนั้นก็พยายามดันร่างหนานั้นออกไป แต่ถึงจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ

 

ตุ้บ....

 

ร่างบางจึงรวบรวมกำลังที่มีอยู่ ทุบเข้าที่กลางหลังอย่างแรงจนคยูฮยอนยอมปล่อยเป็นอิสระ....

 

ฮึกๆ  ไอ้...ไอ้คนบ้ากาม  ไอ้หน้าหม้อ   ไอ้คนเฮงซวย ซองมินด่าไปก็ร้องไห้ไป...พลางยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองไปด้วย

 

จะร้องไห้ฟูมฟายทำซากอะไร...จูบกับนายรสชาติอย่างกับน้ำล้างชาม จืดซะไม่มี ฉันไม่น่าหลวมตัวไปจูบเลย...ซวยจริง ๆ...คิบอมมีน้ำยาบ้วนปากไหม... พูดจบร่างสูงก็เดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งความอับอายไว้ที่ร่างบาง ซึ่งยืนร้องไห้อยู่ด้วยความคับแค้นใจ ยิ่งเจอสายตาของทุกคนในห้องอาหารที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียวกันด้วยแล้ว  แทบจะเอาปี๊บคลุมหัวเดินกันเลยทีเดียว

 

ซองมิน...หยุดร้องเถอะ คนมองกันใหญ่แล้ว เรียววุคส่งผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อนเช็ดน้ำหูน้ำตา...

 

เรียววุค  คอยดูนะ  ฉันจะต้องแก้แค้นหมอนั่นให้ได้ ซองมินบอกเสียงแข็ง ดวงตาคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยพลังแห่งการแก้แค้น..

 ฉันจะทำให้นายเจ็บจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว...โจ คยูฮยอน    

ณ. ชมรมศิลปะ ที่ตั้งของแก๊งค์กุหลาบขาว...

  

ไอ้บ้าหน้าหม้อ ดงเฮสบถออกมาอย่างสุดทน หลังจากได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเรียววุค

 

นี่ถ้าเจ้านั่นรู้ว่านายคือคนที่มันจ้องตาเป็นมันส์ในผับวันนั้นมันคงช็อคตายแน่เลย เรียววุคบอกอย่างสะใจ...พลางนึกถึงสายตาหวานเชื่อมที่มองซองมินในวันนั้นสลับกับวันนี้ที่มองอย่างดูถูกเหยียดหยาม...

 

เฮ้!!..เมื่อกี้ว่าอะไรนะ... ฮีซอลที่ยืนฟังอยู่นานถามขึ้น

 

ใครมองใครในผับ...ที่ไหน...เมื่อไหร่. หลายคำถามเหลือเกิน  เรียววุค ยิ้มแหย ๆ มองหน้าเพื่อนรักที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากภารกิจการร้องไห้มาหยก ๆ

 

ซองมินพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้เล่าได้...

 

คือ...เมื่อสองเดือนก่อนเราสองคนไปฉลองเรียนจบ ม.ต้นกันที่ผับแห่งหนึ่ง แล้วก็ได้ไปเจอกับเจ้าโจ คยูฮยอนเข้าน่ะครับ  หมอนั่นแสดงท่าทีสนอกสนใจซองมิน อย่างออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่ก็มีแม่สาวร่างอวบคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง  นี่ผมก็ได้รับ เอ่อ...ได้ข่าวว่า เจ้านั่นแวะเวียนไปที่ผับนั้นบ่อยๆ และก็ถามหาซองมินด้วยครับ

 

เรียววุคทำหน้าที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง และดูจะรู้เรื่องราวในผับนั้นเป็นอย่างดี

 

นิสัยไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ แจจุงบอกอย่างระอา

 

เจ้าคนน่ารังเกียจนั่น มองคนแค่เพียงภายนอก..ฉันจะแก้แค้นมันอย่างไงดีนะ ซองมินบอกด้วยความเคียดแค้น...เจ็บใจนักที่ต้องเสียจูบแรกให้ผู้ชายเฮงซวยอย่างโจ คยูฮยอน...

 

ทุกคนอยู่ในอาการสงบนิ่งใช้ความคิด...ผู้ชายนิสัยแย่ ๆ  แบบนี้ ถ้าไม่กำหราบซะบ้าง ก็จะได้ใจ ไม่เห็นหัวคนอื่นอยู่ร่ำไป

 

เป๊าะ!!...

 

เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ดึงความสนใจให้ทุกคนมองไปที่ร่างบางซึ่งกำลังยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุก...

 

ฉันรู้แล้วว่าจะแก้แค้นหมอนั่นอย่างไร... จุนซูยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเริ่มอธิบายแผนการทั้งหมดให้ทุกคนฟัง...

 

โอ.เค.ไหมซองมิน ลีทึกถามความเห็นของซองมิน ซึ่งเขาเห็นด้วยกับวิธีนี้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว...

 

โอ.เค.ว่าไงก็ว่าตามกันอยู่แล้ว ซองมินยิ้มน้อยๆ ยิ่งนึกถึงจุดจบของแผนการนี้ก็ยิ่งสะใจ...

 

ฉันจะทำให้นายอยู่แทบเท้าฉัน โจ คยูฮยอน

 

 

 

to  be  con
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


Park Kesung
View full profile