sexy bodyguard part 11 [end]
posted on 23 Oct 2006 23:47 by cinxiah in fic-sexy-bodyguardบริษัทอาคานิชิ
ฮิโรกินายรักอยู่กับเคียวโกะใช่ไหม จินถามอย่างคาดคั้น เมื่อน้องชายเข้ามาพบในห้องทำงานส่วนตัว
ครับ ฮิโรกิตอบอย่างหนักแน่น ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว ความรักไม่ใช่สิ่งต้องปกปิด เพราะอย่างนี้ละมั้งเขาถึงได้ถูกมองว่าเป็นคาสโนว่าอยู่เรื่อย...
ดี...นายคงจะรู้เรื่องของฉันกับคาเมะแล้ว.... จินย้อนถามน้องชายที่นั่งหมุนเก้าอี้ไปมาอย่างสบายอารมณ์
ครับ... ฮิโรกิตอบรับสั้น ๆ ไม่ได้มีอาการแปลกใจใด ๆ ทั้งสิ้น
และนายก็รู้ว่าคุณแม่จะให้ฉันแต่งงานกับเคียวโกะ... จินถามอย่างใจเย็น ทั้ง ๆ ที่อยากจะชกหน้าเจ้าน้องชายตัวดีนัก เรื่องนี้ตัวเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องยังมาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้
ครับเมื่อวานนี้ผมก็ตั้งใจจะไปบอกคุณแม่เรื่องผมกับเคียวโกะเหมือนกันว่า เราสองคนตกลงจะแต่งงานกัน... ฮิโรกิขยับตัวตรงบอกพี่ชายอย่างเป็นงานเป็นการ จินเลิกคิ้วมองด้วยความสนเท่ห์ อะไรมันจะรวดเร็วปานนั้น แล้วคารินล่ะ...เขาก็ต้องรับสมอ้างต่อไปอย่างนั้นเหรอ...
เรื่องคารินพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เคียวโกะเขารู้แล้วว่าเป็นลูกผม แล้วเขาก็รักคารินด้วย... ฮิโรกิบอกอย่างรู้ทัน จะว่าไปก็รู้สึกสังหรณ์ใจตั้งแต่เห็นจินกอดเอาไว้แน่นในงานวันนั้นแล้ว...
ถ้าอย่างนั้น....นายก็ควรจะบอกความจริงกับคุณแม่ด้วยก่อนที่จะโกรธมากไปกว่านี้ นี่ถ้ารู้ว่ารู้เรื่องเป็นคนสุดท้าย ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไง.. จินบอกอย่างกังวลใจ รู้จักแม่ของตัวเองดีว่าเกลียดการโกหกยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วถ้าคนที่โกหกมาตลอดคือลูกชายที่รักทั้งสอง ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย...คารินเป็นลูกพี่หรือลูกผมก็เหมือนกัน... ฮิโรกิย้อนถามเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตเขาแต่อย่างใด ซึ่งใจจริงแล้วก็แค่อยากแกล้งพี่ชายดูเท่านั้นแหละ...
มันจะเหมือนได้อย่างไง ลูกนาย...นายก็ควรจะเลี้ยงดูเขา ให้ความรักความอบอุ่นแก่เขามันถึงจะถูก ฉันน่ะถึงจะรักคารินมากแค่ไหน แต่ฉันก็เป็นได้แค่ลุง..ไม่ใช่พ่อ... จินบอกอย่างหงุดหงิดในความไม่รู้จักรับผิดชอบของน้องชาย ที่ดูเหมือนจะยกคารินให้เป็นลูกเขาอย่างถาวรเสียแล้ว...
ผมว่า...เพราะประธานบริษัทคาเมนาชิมากกว่า...(ฮิโรกิยักคิ้วอย่างรู้ทัน) ผมว่าแล้วว่าพี่ต้องบอกเรื่องคารินกับคุณแม่แน่ ๆ ว่าคารินเป็นลูกผม...ผมเลยตัดสินใจบอกเคียวโกะเสียก่อนว่าเขาจะรับคารินได้ไหม แล้วเคียวโกะก็ทำเอาผมดีใจจนตัวลอย ผมเลยรีบขอแต่งงานทันทีทั้งที่คบกันได้เพียงสองอาทิตย์ เราจะรับคารินไปอยู่ด้วยและสร้างครอบครัวใหม่ด้วยกันครับ... ฮิโรกิยิ้มอย่างเป็นสุข เมื่อนึกถึงครอบครัวที่กำลังจะเกิดขึ้น คารินจะได้อ่อนหวานน่ารักเหมือนเคียวโกะ ไม่แก่แดดเหมือนทุกวันนี้ด้วยฝีมือการเลี้ยงดูของจิน
เอ่อ...คิดได้อย่างนั้นก็ดี คราวนี้ก็เหลือแต่คุณแม่นั่นแหละ ไม่รู้ท่านจะว่าอย่างไง... จินถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก สงสารคาเมะเหลือเกิน เมื่อวานหลังจากกลับมาจากบ้านคุณแม่คาเมะก็เอาแต่ทำหน้าเศร้า พอเขาถามก็บอกว่า ไม่เป็นอะไรหรอก ซึ่งจินรู้ดีว่าเป็นคำพูดเพื่อให้เขาสบายใจเท่านั้น
เอาเถอะครับ รักแท้ย่อมแพ้ เอ้ย!! ชนะอุปสรรค ฮิโรกิปลอบใจด้วยคำพูดที่ไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย...
ก็พูดได้ซิ...นายมัน โอ.เค แล้วนี่.... จินประชดเข้าให้อย่างหมั่นไส้
แล้วอยู่รับหน้าคุณแม่ด้วยล่ะ อย่าเพิ่งชิ่ง... จินดักคอไว้ก่อนอย่างรู้ทันในความลื่นของน้องชาย
สองพี่น้องนั่งปรึกษาหาทางตะล่อมมารดาไม่ใช่โกรธ หรือโกรธน้อยที่สุดก็ยังดี จนในที่สุดเวลาแห่งการตัดสินชะตาชีวิตก็มาถึง...
อยู่กันพร้อมหน้าทั้งพี่ทั้งน้องเชียวนะ มีอะไรหรือเปล่า คุณนายอาคานิชิ ทำแกล้งเป็นถามทั้ง ๆ ที่ก็พอจะเดาได้อยู่หรอก หลังจากได้โทรศัพท์คุยกับแม่ของเคียวโกะแล้ว ทำให้รู้ว่าลูกชายคนเล็กของเขาแอบควงลูกสาวเพื่อนไปเที่ยวสวิสฯ ไม่มีบอกผู้หลักผู้ใหญ่สักคำ ทำเหมือนแม่เป็นหัวหลักหัวตอ เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง อย่างนี้ต้องจัดการให้เข็ด...
ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณแม่นะครับ. ฮิโรกิบอกเสียงอ้อน เดินเข้าไปประคับประคองโอบกอดพามานั่งที่โซฟาตัวนุ่ม
ไม่ต้องมาทำเป็นประจบฉัน...จะพูดอะไรก็ว่ามา... ผู้เป็นแม่บอกอย่างรู้ทัน พลางค้อนเข้าให้อย่างหมั่นไส้
...ผมจะแต่งงานครับแม่... ฮิโรกิบอกพร้อมรอยยิ้มประจบ ผู้สูงวัยมองอย่างไม่เชื่อหู นี่นะเหรอคนจะแต่งงานยังทำประจบเป็นเด็กอยู่เลย.
งั้นเหรอ..ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะแม่รู้จักไหม. ผู้เป็นแม่แกล้งทำเป็นสนอกสนใจ ทั้ง ๆ ที่ก็พอจะเดาได้อยู่หรอก เพราะทราบมาว่าเคียวโกะไปเที่ยวสวิส ฯ และบินต่อไปออสเตรเลียเหมือนกัน...
คุณแม่รู้จักเป็นอย่างดีทีเดียวครับ. ฮิโรกิบีบ ๆ นวด ๆ เอาใจพร้อมรอยยิ้มไว้ก่อน
ก็ดีเหมือนกันจะได้จัดงานพร้อมกับพี่เขาไปเลย.ว่าไงจิน มารดาหันไปถามลูกชายคนโตที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งหลัก เมื่อครู่ยังคุยเรื่องฮิโรกิอยู่เลย แล้วกลายมาเป็นงานแต่งงานของเขาได้อย่างไง...
คุณแม่จะให้ผมแต่งงานกับใครครับ ผมมีคนรักอยู่แล้วนะครับ จินรีบปฏิเสธทันที เพราะดูท่าทางว่าแม่จะเอาจริง อย่างนี้ต้องชิงบอกเสียก่อน Whats will born it will born สู้เว้ย!! อาคานิชิ จิน!!
ก็แต่งกับหนูเคียวโกะไง ฉันว่าฉันบอกแกแล้วนะ คราวนี้คารินจะได้มีแม่สักที ไม่รู้แหละอย่างไงฉันก็ต้องหาแม่ให้คารินให้ได้.. คุณนายอาคานิชิยื่นคำขาดอย่างน่ากลัว ทำเอาลูกชายคนเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้ง อยู่เฉยต่อไปไม่ได้เสียแล้ว
ท่าทางกระวนกระวายใจของลูกชายทั้งสองนั้นสร้างความสะใจให้กับผู้เป็นแม่ยิ่งนัก จะรักจะชอบกันใครเขาจะว่า แต่นี้อะไรคนหนึ่งก็พากันไปเที่ยวสวิสฯ อีกคนก็เก็บเงียบ มีคนรักเป็นหนุ่มน้อยน่ารักแบบนี้ก็ไม่บอกแม่..หึ..หึ.รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกขึ้นที่มุมปากก่อนจะซ่อนไว้ในเวลาฉับพลัน
งานแต่งจะจัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า...
ไม่ได้นะครับคุณแม่!!!... ลูกชายทั้งสองประสานเสียงออกมาพร้อมกัน ทันทีที่ผู้เป็นแม่พูดจบ ผู้สูงวัยกว่าเลิกคิ้วมองอย่างข้องใจ กล้าขัดคำสั่งแม่อย่างนั้นเหรอ...
จะให้พี่จินแต่งงานกับเคียวโกะไม่ได้เด็ดขาด ฮิโรกิเป็นคนบอกก่อนอย่างหน้าตาตื่น...
ทำไมจะไม่ได้ ผู้เป็นแม่ถามกลับอย่างท้าทาย เมื่อลูกชายบังอาจมาคัดค้าน
ก็เคียวโกะคือคนที่ผมจะแต่งงานด้วย เรารักกันนะครับคุณแม่ ฮิโรกิบอกทันทีโดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เป็นไงเป็นกันละงานนี้ คุณนายอาคานิชิ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งตัวตรงท่าทางน่าเกรงขามเช่นเดิม
ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถามเสียงแข็ง ฮิโรกินิ่งไปชั่วอึดใจเมื่อเห็นท่าทางมึนตึงของมารดา
ตั้งแต่แรกเห็นครับ...แล้วเราก็ไปสวิสฯด้วยกัน เราสองคนตกลงกันว่าจะแต่งงานกันทันทีที่มาถึงญี่ปุ่น เอ่อ...ผมตั้งใจจะบอกคุณแม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสจะบอก. ฮิโรกิบอกด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ทำหน้าเซื่องซึมสำนึกผิด
ผมขอโทษครับแม่อนุญาตให้ผมแต่งงานกับเคียวโกะนะครับแม่คร๊าบ ฮิโรกิออดอ้อน ซุกหน้ากับตักมารดา จินเองก็มองเอาไว้เป็นกรณีศึกษา ถึงคราวตัวเองบ้างจะได้ไม่โดนด่ามาก...
ย่ะ.พ่อคุณ ถึงขั้นนี้แล้วคงจะห้ามไม่อยู่แล้วมั่ง ผู้เป็นแม่บอกอย่างหมั่นไส้ ถ้าบอกแบบนี้ตั้งแต่ต้นฉันก็ไม่ต้องมานั่งเล่นละครให้เมื่อยหน้าหรอก...
ขอบคุณครับ...รักคุณแม่ที่สุดเลย... ฮิโรกิกอดเอวแม่แน่นเมื่อได้รับคำอนุญาตเรียบร้อย คุณนายอาคานิชิลูบหัวลูกชายคนเล็กเบา ๆ จะแต่งงานอยู่แล้วยังทำตัวไม่ต่างจากคาริน... แต่เดี๋ยวก่อน...ยังเหลืออีกคนที่ต้องจัดการ...
ไม่เป็นอะไรนะจินเดี๋ยวแม่ติดต่อหนูอายูมิให้ สวยไม่แพ้หนูเคียวโกะเลยล่ะ.. คุณนายอาคานิชิหันมาบอกลูกชายคนโตซึ่งนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่เก้าอี้อีกตัว
ไม่นะครับแม่... จินปฏิเสธทันทีทั้งหน้าทั้งมือโบกสะบัดเป็นพัลวัน เห็นแล้วก็อยากจะหลุดขำออกมา
ทำไม.มีปัญหาอะไร ผู้เป็นแม่ถามอย่างเอาเรื่อง ด้วยมาดลูกสาวยากูซ่า..
ฮิโรกิ.นายจะให้ฉันพูดหรือนายจะพูดเอง. จินหันไปถามน้องชายเสียงเข้ม สบายตัวไปแล้วนี่บอกเรื่องเคียวโกะไปแล้ว...ฮิโรกิส่งสายตาทำนองว่า พี่นั่นแหละบอก แต่จินก็ส่งสายตากลับไปว่า นายนั่นแหละบอก ซึ่งการกระทำนั่นไม่อาจรอดพ้นสายตาผู้เป็นแม่ได้
เรื่องอะไรจินนั่นแหละเล่ามา.. เสียงดุดันทำให้การสนทนาทางสายตามีอันต้องสะดุดลง
เอ่อ คือพี่ครับ. ฮิโรกิเริ่มกระวนกระวายขึ้นมาอีกครั้ง เพราะกลัวว่าแม่จะเปลี่ยนใจไม่ให้แต่งงานกับเคียวโกะ
เร็ว ๆ ไม่งั้นฉันเอาเรื่องแน่. เสียงดุเร่งเร้าให้จินหันไปมองหน้าน้องชายที่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ ซึ่งจินไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากที่จะต้องปิดบังต่อไป
คุณแม่อยากให้เคียวโกะเป็นแม่ของคารินไช่ไหมครับ และก็อยากให้คารินมีแม่ด้วยใช่ไหมครับ..... จินย้อนถามเสียงเบา จะว่ากลัวก็ใช่นั่นแหละ ไม่ผิดใช่ไหมที่ผู้ชายจะกลัวแม่ และกลัวเมีย...
อึม.... ผู้เป็นแม่รับคำเสียงในลำคอ รอดูความลื่นของลูกชายอย่างใจเย็น
คือผมจะบอกว่า....คารินเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของฮิโรกินะครับเดี๋ยวครับแม่ให้ผมเล่าให้จบก่อน...ฯลฯ..... จินเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นให้ผู้เป็นแม่ฟัง สลับกับคำสารภาพผิดของฮิโรกิ ท่าทางนิ่งเฉยของมารดาเมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกถ่ายทอดจนหมดนั้น ทำเอาลูกชายทั้งสองหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่รู้ว่าแม่โกรธหรือเปล่า...
ฉันก็ว่าแล้ว ว่าทำไมให้เรียกแกว่าแดดดี้ แล้วให้เรียกฮิโรกิว่าพ่อแทนที่จะเรียกอา แถมแกยังพาคาเมะมาแนะนำให้แม่รู้จักอีก ฉันยังสงสัยเลยว่าลูกชายคนโตของฉันทำเป็น... คำพูดตรง ๆ ของแม่ทำให้จินหน้าชา ไม่ใช่ว่าทำไม่เป็นแต่ว่าคนที่ทำด้วยมีลูกไม่ได้ต่างหากล่ะครับแม่... จินนึกค้านในใจ...
เอ่อ.ตกลงคุณแม่ไม่ให้ผมแต่งกับใครแล้วใช่ไหมครับ.. จินหยั่งเชิงลองถามดูเพื่อความแน่ใจว่าแม่จะไม่หาใครมาให้แต่งงานด้วยอีก
ย่ะ.พอกันเลยลูกฉัน แล้วพาคาเมะมาหาแม่บ่อย ๆ ล่ะ เขาน่ารักดีนะหน้าหวานกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก แถมคารินก็ติดแจเข้าใจเล่นนะจ๊ะพ่อคู๊น.. ผู้เป็นแม่บอกอย่างหมั่นไส้ และพูดถึงคาเมะด้วยความชื่นชมผิดกับเวลาพูดกับลูกชายตัวเอง อีกไม่นานคุณแม่ก็คงจะติดคาเมะแจเหมือนกัน...
ขอบคุณครับ...ผมรักคุณแม่ที่สุดเลย... จินหอมแก้มนิ่มของมารดาเป็นของแถมในความใจดี..
ให้มันจริงเถอะ... ผู้สูงวัยกว่ากล่าวประชด คนเราพอมีเมียก็ลืมแม่กันทั้งนั้น...ไม่เชื่อคอยดู...
1 เดือนต่อมาฮิโรกิก็เข้าพิธีแต่งงานกับเคียวโกะ และพากันไปฮันนีมูน ที่เนเธอร์แลนด์พร้อมกัน 3 คน พ่อแม่ลูก...ในขณะที่โตเกียวก็บรรยากาศชื่นมื่นไม่น้อย
TRUTRU.TRU.
สวัสดีฮะ...ทักกี้ คาเมะตอบรับด้วยความดีใจ เมื่อได้รับการติดต่อจากทักกี้หลังจากโทรมาบอกว่าไปเที่ยวเมืองไทยเมื่อเดือนที่แล้ว....
คาเมะฉันมีข่าวดีจะบอก. น้ำเสียงตื่นเต้นของทักกี้ ทำให้คาเมะรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น จึงถามออกไปอย่างสนใจ
ข่าวดีอะไรหรือฮะ...
ฉันจะแต่งงานกับพีจังที่เมืองไทย ทักกี้บอกเสียงใส ทำให้คาเมะรู้สึกยินดีกับพี่ชายไปด้วย
และที่สำคัญฉันจัดงานแต่งงานใต้ทะเล...โรแมนติคไหมล่ะ... ทักกี้บอกอย่างภูมิใจ คนฟังก็พลอยตื่นเต้นดีใจไปด้วย
ยินดีด้วยนะฮะ...ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะฮะ... คาเมะอวยพรออกมาจากใจ ฮิโรกิก็แต่งงาน ทักกี้ก็แต่งงานแถมใต้ทะเลเสียด้วย คงจะเป็นความคิดของพีจังละซิ... ร่างบางยิ้มกับบรรยากาศอิ่มเอิบรอบข้าง...ถ้าจินมาขอแต่งงาน เขาจะทำอย่างไร คาเมะเผลอคิดถึงตัวเอง แต่ก็ได้แต่คิด เพราะวัน ๆ มีแต่งาน จินก็ทำงาน เขาก็ทำงาน เฮ้อ!!!
ในวันหยุดพักผ่อนแสนสบายของฤดูใบไม้ผลิ ร่างสูงค่อย ๆ ย่องเข้าไปในห้องรับแขกของบ้านคนรักที่คุ้นเคยกว่าบ้านตัวเองเสียอีก.ร่างบางกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างสบายอารมณ์ แต่ก็ถูกแขนแข็งแรงโอบกอดเข้าให้อย่างแรง พร้อมกับจมูกโด่งสวยกดลงบนแก้มหอม
คิดถึงจังเลย. ประโยคที่พูดทุกวัน แม้จะเพิ่งทานข้าวด้วยกันเมื่อตอนกลางวัน ตอนเย็นกลับมาก็พูดอีก แต่คาเมะไม่เคยเบื่อเลยแม้แต่น้อยที่จะได้ยินคำนี้
คาเมะวางหนังสือลงและหันมายิ้มให้กับคนที่โอบกอดตัวเองไว้ หลังจากวันที่จินได้คุยกับแม่และเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย จินได้พาคาเมะไปพบแม่อีกครั้ง คราวนี้คาเมะได้เห็นความใจดี และอารมณ์ขันของแม่จิน เมื่อท่านสารภาพกับคาเมะว่าวันนั้นที่ทำเป็นไม่สนใจคาเมะก็เพราะต้องการดัดนิสัยลูกชาย ที่ชอบโกหก ปิดบัง กว่าจะบอกความจริงก็เมื่อถูกต้อนจนมุมนั่นแหละ แถมยังเล่าเหตุการณ์วันที่ไปหาที่บริษัทให้ฟังอีก ถึงกระนั้นก็ยังกำชับกับคาเมะว่าอย่าบอกจินนะแล้วถ้าจินทำอะไรนอกลู่นอกทางบอกแม่ เดี๋ยวแม่จัดการให้ งานนี้คนที่โดนต่อว่าทุกครั้งที่ทำให้คาเมะงอนก็เลยเป็นจิน เป็นอย่างที่จินคิดไว้นั่นแหละว่าตอนนี้คุณแม่ของเขาก็ติดคาเมะแจไม่แพ้คาริน...ขนาดไปงานเลี้ยงยังแนะนำอย่างหน้าชื่นตาบานว่าคาเมะเป็นลูกชาย...ทีลูกแท้ ๆ ละทำเป็นไม่สนใจ...
ร่างสูงเดินอ้อมเก้าอี้มานั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าคนรัก จับมือบางขึ้นมาไว้แนบอก และมองสบตาเรียวสวยอย่างอ่อนซึ้ง
แต่งงานกับผมนะครับ.. เป็นคำที่คาเมะไม่คิดเลยว่าจะได้ยิน...จินกำลังขอแต่งงาน ...คำนี้ที่เคยถามตัวเองว่า ถ้าจินขอจะตอบว่าอย่างไร...ดวงตาคู่สวยมองคนตัวโตด้วยสายตาลึกซึ้ง
นะครับ มันคือคำสาบานของอาคานิชิ จินคนนี้ ว่าจะรักคาเมนาชิ คาซึยะคนนี้ ตลอดไปจนชั่วชีวิต.. เป็นคำพูดที่ทำให้คาเมะยิ้มออกมาพร้อมน้ำตาแห่งความปิติยินดี ก่อนจะตอบด้วยความหนักแน่นจากความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจ
ไม่แต่งหรอกจิน.. คำตอบของคาเมะทำให้จินมองด้วยสายตาผิดหวัง...หรือว่าที่ทำอยู่นี้ยังไม่พอให้คาเมะรู้ว่าเขารักมากแค่ไหน...
ไม่ใช่อย่างนั้นจินอย่าเพิ่งเข้าใจผิด.ทุกอย่างทุกการกระทำที่จินทำให้คาเมะคนนี้ มันมีค่า มีความหมายมากกว่าพิธีแต่งงาน มีความสัตย์จริงมากกว่าคำสาบานในโบสถ์ ฉันรับรู้ด้วยใจ ด้วยการกระทำ รู้ว่าจินรักฉัน ห่วงใยฉันและจะไม่ทำให้ฉันเสียใจ แค่นี้ก็พอแล้ว เราอยู่ด้วยกันรู้กันอยู่สองคนในนี้ ในหัวใจดวงน้อยดวงนี้ คาเมะบอกด้วยเสียงเบาหวาน ยกมือจินมาวางประทับบนอกข้างซ้ายอย่างนุ่มนวล
ฉันไม่ต้องการพิธีแต่งงานที่เลิศหรู ไม่ต้องการพยานในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์..มันอยู่ในนี้ ในอกข้างซ้าย ที่มันสลักคำว่าอาคานิชิ จินเอาไว้ เช่นเดียวกับจินที่มีคำว่าคาเมนาชิ คาซึยะ อยู่เต็มหัวใจ แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับฉัน คำพูดของคาเมะทำให้จินซาบซึ้งใจนัก ใช่...จะต้องมีใครมาเป็นพยานในความรักของเราล่ะ ในเมื่อจินรักคาเมะมากแค่ไหน ก็มีเพียงจินและคาเมะเท่านั้นที่รู้... ร่างสูงโผเข้าโอบกอดคนรักไว้อย่างรักแสนรัก
ตกลงครับ.ผมจะทำให้คาเมะรู้ว่า ผมมั่นใจในคำพูดและจริงจังกับการกระทำของตัวเองมากแค่ไหน จะอีกกี่ปีกี่ชาติ จินคนนี้ก็จะยังรักคาเมะคนนี้ ตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง จินเชยคางมนขึ้นมาประทับจุมพิตอ่อนหวานเพียงแผ่วเบา ก่อนจะกดหนัก ๆ ลงบนกลีบปากบางเพื่อยืนยันคำพูดและความรู้สึกทั้งหมดที่มี
เราไปโอกินาว่ากันไหม. จินถามชิดริมหูเล็ก เมื่อละออกมาจากความหวานที่ไม่รู้จักเบื่อ
จินอยากไปเหรอ. คาเมะเอียงคอถามคนรัก ที่ทำตาอ้อนบอกให้รู้ว่าอยากไปมาก ๆ
ครับอยากไปกันสองคน.. จินกระชับวงแขนที่กอดร่างบางให้แน่นขึ้น ไม่มีคารินมาเป็นก้างชิ้นเล็ก ๆ คราวนี้คงจะได้สวีทกันได้นาน ๆ
งั้นก็ได้ฮะ. คาเมะยิ้มรับอย่างน่ารัก ยิ้มแบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าอะไรจะตามมา จินลุกขึ้นอุ้มร่างบางลอยหวือจากพื้น พาขึ้นข้างบนทันที เสียงร้องห้ามหายไปกลายเป็นเสียงหัวร่อต่อกระซิก เสียงของความรัก ซึ่งแม้จะเบาแค่ไหน แต่หัวใจก็ยังสัมผัสได้
บ้านพักริมทะเล โอกินาว่า
สองร่างตะคองกอดกันอยู่บนระเบียงบ้านพัก ในลักษณะที่คนตัวเล็กนั่งพิงอกร่างสูงโดยมีวงแขนแข็งแรงโอบกอดเอาไว้หลวม ๆ สายตาที่ทอดมองคนในอ้อมกอดนั้นแสดงออกถึงความรักที่ยากจะมีคำใดมาเปรียบ ท้องฟ้าคืนนี้สวยงามกว่าคืนไหน ดวงจันทร์ส่องสว่างกระจ่างตา ดวงดาวนับล้านก็สุกสดใส.จินก้มลงจุมพิตริมฝีปากบางนั้นเพียงเบา ๆ
นั้น!!ดาวตก!! คาเมะอุทานด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นแสงสีเหลืองนวลพุ่งลงมาจากฟากฟ้า มือน้อย ๆ ยกขึ้นมาประสานกันไว้ในระดับอก หลับตาแน่น อธิษฐานขอพร.ร่างสูงที่นั่งโอบกอดซ้อนหลังอยู่มองด้วยรอยยิ้มขำ
อธิษฐานอะไรหรือครับที่รัก จินกระซิบถามชิดริมหู และกัดเล่นเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว จมูกซุกซนเริ่มสะเปะสะปะไปทั่วแก้มนวล ลมพัดเอื่อย ๆ ผสมกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งช่างเป็นบรรยากาศสุดแสนโรแมนติค จนทำให้จินอยากกอดร่างนี้ให้แนบแน่นซะเดี๋ยวนี้เลย
ไม่บอก คาเมะทำแก้มตูมไม่บอกสิ่งที่ขอ จินจึงแกล้งกัดเข้าที่ซอกคอขาวจนเป็นรอยแดงจาง ๆ ซึ่งอีกสักพักก็คงจะเห็นชัดขึ้น...
เจ็บนะจิน. คาเมะร้องประท้วงหน้ามุ่ย
ก็บอกมาก่อนซิว่าอธิษฐานว่าอะไร จินตื๊อถามอย่างเอาแต่ใจ อยากจะรู้ให้ได้ว่าคาเมะอธิษฐานว่าอะไร ยิ่งคาเมะไม่บอก จินก็ยิ่งแกล้งซุกไซร้ไปทั่วแก้มที่หอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็ก..
ถ้าบอกก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์นะซิ. คาเมะเองก็ใจแข็งปฏิบัติตามความเชื่ออย่างเคร่งครัด จนจินยอมใจอ่อน อย่างไงเสียสิ่งที่คาเมะขอก็ต้องมีเขาร่วมเอี่ยวด้วยแหละน่า
งั้น....ผมก็ขอให้คาเมะสมหวังนะครับ.... จินอธิษฐานขอพรในใจบ้าง
เมื่อไม่ได้คำตอบจากคาเมะแล้ว จินจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวโตลงมานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คนตัวเล็กที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย จะขอแต่งงานอีกเหรอ แต่จินก็เพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น มือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค๊ตที่สวมใส่ และค่อย ๆ เปิดกล่องออกอย่างทะนุถนอม จินหยิบสร้อยเส้นหนึ่งซึ่งทำมาจากเงินแท้ประดับด้วยหินสีนิล ดูแล้วสั้นเกินกว่าจะเป็นสร้อยคอ และก็ยาวเกินกว่าจะเป็นสร้อยข้อมือออกมา บรรจงสวมสร้อยเส้นนั้นลงบนข้อเท้าของคาเมะอย่างเบามือ
จิน... เสียงแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากบางออกมาอย่างคาดไม่ถึง เมื่อจิน ก้มลงแตะจุมพิตเบา ๆ ที่ข้อเท้า
คาเมะรู้ไหม...ว่าจินรักคาเมะมากแค่ไหน... ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบสายตาสั่นไหวนั้น และเอ่ยถามเสียงนุ่ม คาเมะโผเข้ากอดร่างอุ่นนั้นไว้ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นของหัวใจ
รู้สิ...รู้มานานแล้ว... คาเมะตอบเสียงเครือ จินยิ้มและกดจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างขมับ
แล้วคาเมะล่ะ...รักจินไหม... แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติคอย่างนี้ก็อยากได้ยินให้ชื่นหัวใจบ่อย ๆ
รักสิ...รักจินที่สุด... คาเมะตอบอย่างรวดเร็ว และโอบกอดจินแน่น จินหัวเราะอย่างมีความสุขกับคำบอกรักของคนตัวเล็ก
ครับ..จินก็รักคาเมะที่สุด... จินโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น และโยกตัวไปมาคล้ายเห่กล่อม..
จินอย่ากอดแน่นซิ หายใจไม่ออก... คาเมะร้องประท้วงเสียงอู้อี้ เมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดจินนานกว่า 5 นาที
หายใจไม่ออกเหรอ...มา..จินช่วยผายปอด... คนเจ้าเล่ห์หาโอกาสทันที..
ไม่เอา...ไม่ต้องเลย...ชอบฉวยโอกาส... คาเมะต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก และจินก็แกล้งงอนด้วยการทำแก้มพองลมเมินหน้าไปทางอื่น... คาเมะเหล่ตามองคนเจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน...ก่อนจะหอมแก้มคนรักแรง ๆ และกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู
ตรงนี้มันหนาว...เข้าไปข้างในกันเถอะ... คนพูดหน้าแดงไปถึงใบหู แถมพูดแล้วก็ก้มหน้าซุกอกเขินอาย แต่คนฟังมองว่าน่ารักอย่าบอกใคร งั้นก็อย่ารอช้า อุ้มคนตัวเล็กหายเข้าไปในบ้านทันที...
นี่แหละหนาความรัก...ทำให้คนหน้าหนาขึ้นเยอะ...^0^
The end
#1 By คนรักจิน (124.121.183.244) on 2007-04-18 17:44